ผู้ดูแลระบบ  หน้าแรก ฝ่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
Facebook : Maejo University Line : @Maejouniversity Tel. 0 5387 3016

ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรม

ม.แม่โจ้ จัด Big Cleaning Day MAEJO Green Heart Smart University รวมพลังฆ่าเชื้อโควิด-19 ให้แม่โจ้ทุกพื้นที่ปลอดภัย
มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดกิจกรรม “แม่โจ้พัฒนามหาวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว” Big Cleaning Day MAEJO Green Heart Smart University ทุกพื้นที่ ร่วมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย เตรียมรับเปิดเทอมหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในจังหวัดเชียงใหม่เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ผู้สัมผัสเชื้อมีจำนวนลดน้อยลง จนสามารถปิดโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา  ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับชุมชน  ผู้ปกครอง นักศึกษา และบุคลากร รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับเปิดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาที่ 1/2564  มหาวิทยาลัยได้เตรียมทำความสะอาดศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ และพื้นที่มหาวิทยาลัยเพื่อความปลอดภัยของทุกคน ดังนี้วันที่ 14 พฤษภาคม  2564 ทำการฉีดพ่นซิลเวอร์นาโนฆ่าเชื้อบริเวณอาคารใกล้เคียงโรงพยาบาลสนาม ได้แก่ ตึกจุฬาภรณ์, ตึกยรรยง สิทธิชัย, ตึกคณะสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อรองรับการเข้าปฏิบัติงานของบุคลากร โดย ทีมงานคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีวันที่ 17,19 พฤษภาคม 2564 ทำการฉีดพ่นซิลเวอร์นาโนฆ่าเชื้อในศูนย์กีฬาฯ ห้องประชุม Zone A พื้นที่ 4,000 ตร.ม., Zone B/ใต้ตึกจุฬาภรณ์/ตึกคณะเศรษฐศาสตร์/ตึกคณะสารสนเทศฯ รวมพื้นที่ 6,000 ตร.ม. ด้วยโดรน โดย ผศ.ดร.โชติพงศ์ กาญจนประโชติ และทีมงานคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร วันที่ 18,20 พฤษภาคม 2564 ทำการฆ่าเชื้อในศูนย์กีฬาฯ Zone A ด้วยหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อระบบ UV โดย คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยแม่โจ้วันที่ 19 พฤษภาคม 2654 กิจกรรม Big Cleaning Day MAEJO Green Heart Smart University  พร้อมกันทุกพื้นที่ (รวมแม่โจ้-แพร่ฯ และ แม่โจ้ - ชุมพร) บุคลากรทุกคนร่วมกันทำความสะอาดจุดพื้นผิวสัมผัสบ่อย ด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อซิลเวอร์นาโน ในหน่วยงานที่สังกัดวันที 21 พฤษภาคม  2564 ทำความสะอาดฉีดพ่นซิลเวอร์นาโน บริเวณ Zone A อีกครั้ง โดยทีมงานฟาร์มมหาวิทยาลัย และทีมงานอำเภอสันทราย ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day MAEJO Green Heart Smart University ในหน่วยงานของท่านโดยพร้อมเพรียงกัน ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2564เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล    ทองมา อธิการบดีเป็นประธาน พร้อมด้วยนายอำเภอสันทราย สาธารณสุขอำเภอ ทีมงาน รพ.สันทราย และ สภ.แม่โจ้ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดและปล่อยขบวนกิจกรรม ณ อาคารแผ่พืชน์ เพื่อแยกย้ายเข้าทำความสะอาด ทุกคณะ/ทุกสำนัก/ทุกส่วนงาน ให้ทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ปลอดภัย พัฒนามหาวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว ทั้งนี้ ดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเคร่งครัด
13 พฤษภาคม 2564
ม.แม่โจ้ ประกาศนโนบาย NO GIFT POLICY ซื่อสัตย์ โปร่งใส ต่อต้านทุจริต
คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำโดย  รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล  ทองมา  อธิการบดี ประกาศนโยบาย ต่อต้านการให้สินบนเพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ ด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ ไม่รับ ไม่เรียกร้อง ไม่ละเลยไม่รับ ...บุคลากรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต้องไม่รับหรือให้ของขวัญ ของที่ระลึก สิ่งของ เงินสด ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการหรือเอกชนเพื่อแลกสิทธิพิเศษที่ไม่ควรได้อันเป็นการชักนำให้เกิดการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตนไม่เรียกร้อง....บุคลากรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต้องไม่เรียกร้องให้จัดหาหรือรับสินบน เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือประโยชน์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลในครอบครัวหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะอื่นใดไม่ละเลยบุคลากรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต้องไม่ละเลยหรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นการกระทำหรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายการทุจริตคอรัปชั่น ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลที่รับผิดชอบทราบ และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงมหาวิทยาลัยแม่โจ้  ซื่อสัตย์ โปร่งใส ต่อต้านทุจริต โดยสามารถร้องเรียนการทุจริตโดยตรงผ่านช่องทาง   สายตรงอธิการบดี หรือ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ที่หน้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ www.mju.ac.th
20 เมษายน 2564
สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ เปิด “ตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้” เป็นสื่อกลางสนับสนุนกิจการศิษย์เก่าทั่วประเทศ
สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ เปิด “ตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้” (Maejo Alumni Market Center) เพื่อเป็นสื่อกลางในการจัดจำหน่าย กระจายสินค้าบริการของศิษย์เก่าทั่วประเทศ พร้อมจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564   ณ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้  จ.เชียงใหม่ดร.สมชาย  เขียวแดง  นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้  กล่าวว่า “ทางสมาคมฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของศิษย์เก่าที่ได้กระจายทั่วอยู่ทุกภูมิภาค ประกอบอาชีพหลากหลาย มีกิจการต่างๆ มากมาย จึงได้มีโครงการ “ตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้” (Maejo Alumni Market Center) เพื่อช่วยเหลือศิษย์เก่าในการเป็นสื่อกลางประชาสัมพันธ์  จัดจำหน่าย กระจายสินค้า ผลิตภัณฑ์และบริการ สู่ผู้บริโภค อีกช่องทางหนึ่ง โดยจัดทำเป็น Facebook Fanpage “ตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้” สำหรับเป็นช่องทางในการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์  อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมฐานข้อมูล ธุรกิจ กิจการ อาชีพของศิษย์เก่า ที่สามารถเป็นสื่อกลางในการสร้างกิจกรรมร่วมกันระหว่างสมาคมศิษย์เก่าและเครือข่ายศิษย์เก่าได้ต่อไปในอนาคต   และในวันที่ 9 เมษายน 2564 นี้ จะมีกิจกรรมเปิดตลาดอย่างเป็นทางการ มีการออกร้านจัดทำหน่ายสินค้าจากร้านค้าศิษย์เก่าที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมเปิดตลาดกลางศิษย์เก่าให้รับทราบโดยทั่วกัน”สำหรับร้านค้าที่จะมาร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าและประชาสัมพันธ์ในพิธีเปิดตลาดมีจำนวน กว่า 30 ร้านค้า มีทั้งร้านค้าประเภทการเกษตร กล้าพันธุ์พืชผัก ผลไม้ วัสดุเกษตร  ร้านค้าจำหน่ายสินค้าและบริการ เช่น ร้านจำหน่ายเครื่องหนัง ร้านเครื่องหนังจระเข้ ให้ทุกท่านได้มาช้อป  ธุรกิจร้านอาหาร เช่น ร้านอาหารทะเลไทย ร้านแกงป่าบ้านนายก ร้านยำแม่ปิง ยำสะเด็ด 7 ย่านน้ำ ร้านชบามหาสมุทร ที่จะมาเปิดเมนูพิเศษในงานนี้ ให้ทุกท่านได้มาชิม  พร้อมชมการแสดงบินโชว์ โดยเครื่องบินเล็ก ของบริษัทเชียงใหม่แอร์สปอตขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานเปิดตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้ ในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ณ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 5335 3140  
8 เมษายน 2564
ขอเชิญชาวแม่โจ้ ร่วมพิธีดำหัวผู้อาวุโสและอธิการบดี สืบสานป๋าเวณี ปี๋ใหม่เมือง ประจำปี 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จัดพิธีดำหัวผู้อาวุโส และอธิการบดี ประจำปี 2564  ร่วมสืบสานประเพณี ปีใหม่เมือง  ในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน  2564  ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย  มหาวิทยาลัยแม่โจ้พิธีดำหัวอธิการบดีและผู้อาวุโสของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมอบหมายให้ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินกิจกรรม  เพื่อเป็นการร่วมขอขมา  คารวะผู้อาวุโส และเป็นการสืบสานประเพณีปีใหม่เมืองของชาวล้านนา หรือประเพณีปีใหม่ไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อำนวย  ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานอวยพรปีใหม่, รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้แทนกล่าวขอขมาและขอพร จากนั้นคณะผู้บริหาร นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และผู้แทน ร่วมประเคนของดำหัวผู้อาวุโสพร้อมกัน ทั้งนี้ มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์อาวุโส และศิษย์เก่าอาวุโส  ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 09.09 น. อธิการบดีพร้อมด้วยผู้บริหาร กรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ จะร่วมพิธีสักการะสรงน้ำดำหัวเจ้าแม่โจ้-เจ้าพ่อโจ้  จากนั้น เวลา 09.30 น. เริ่มลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงาน ณ ประตูวิเวก (จุดที่ 1) และจะเริ่มขบวนแห่เวลา 10.00 น. นำขบวนโดยอธิการบดี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ตามด้วยขบวนของแต่ละคณะ/สำนัก โดยขบวนจะเริ่มจากประตูวิเวก ไปตามถนนด้านหลังมหาวิทยาลัย เคลื่อนไป ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อประกอบพิธีดำหัวต่อไปขอเชิญชวนชาวแม่โจ้ ทั้งบุคลากร คณาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน ในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน  2564  ตั้งแต่เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมศิปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 0 5387 3302
5 เมษายน 2564
รมว.กระทรวงการอุดมศึกษาฯ เยี่ยมชมกิจการมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมปาฐกถาพิเศษ “นโยบายของ อว.สู่ทิศทางของมหาวิทยาลัยในการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษา และการพัฒนาเกษตรไทย”
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก  เหล่าธรรมทัศน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “นโยบายของ อว. สู่ทิศทางของมหาวิทยาลัย ในการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษา และการพัฒนาเกษตรไทย” ให้กับบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมทั้งชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นของมหาวิทยาลัย  เข้าเยี่ยมชมแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ แปลงปลูกกัญชาอินทรีย์ และร่วมชิมเมนูพิเศษเพื่อสุขภาพจากกัญชา ในวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2564 ณ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่  พร้อมถ่ายทอดสดทาง Facebook Fanpage มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการปาฐกถาพิเศษ จาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 09.30 – 10.30 น. ณ ห้องประชุม 101 ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมนานาชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังได้ที่ เว็บไซต์กองกลาง  สำนักงานมหาวิทยาลัย  https://general.mju.ac.th/wtms_registerDetail.aspx?tID=347 หรือ ร่วมรับชมออนไลน์ได้ทาง  https://www.facebook.com/MaejoUniversityสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกลาง สำนักงานมหาวิทยาลัย โทร. 0 5387 3036-7
24 มีนาคม 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ร่วมเป็นสมาชิก UC. (University Consortium Contract) เผยแพร่ศาสตร์เกษตรในระดับนานาชาติ
University Consortium Contract  หรือ UC เป็นเครือข่ายของสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการแบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิชาการทางด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมีมหาลัยชั้นนำที่เป็นสมาชิก  UC  หลายมหาวิทยาลัย  เช่น  Tokyo University Of Agricultural, National Taiwan  Universityมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีรากฐานทางการเกษตรที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย  ได้เปิดการเรียนสอนครั้งแรกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 87 ด้วยวิสัยทัศน์เป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเป็นเลิศทางการเกษตรในระดับนานาชาติ” ได้ผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติเป็นจำนวนมากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ  UC.  มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการประชาสัมพันธ์หลักสูตรการเรียนการสอนด้านการเกษตร ซึ่งถือเป็นศาสตร์สำคัญที่เป็นหัวใจหลักของมหาวิทยาลัย ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติกว้างขึ้น  ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีการจัดการเรียนการสอน 13 คณะ 3 วิทยาลัย ในทั้งหลักสูตรปกติและหลักสูตรนานาชาติ  โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนทางด้านการเกษตร กว่า 50 หลักสูตร  และยังมีหลักสูตรการฝึกอบรม หลักสูตร NON-Degree  หลักสูตรระยะสั้นในโครงการต่างๆ อีกหลายหลักสูตร   การเป็นร่วมเป็นสมาชิก UC. นั้น นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์หลักสูตรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ให้กับผู้ที่สนใจ ได้เข้ามาเรียนรู้ และศึกษาต่อแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับอาจารย์ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในการหาข้อมูล และแหล่งทุนการศึกษาในการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเครือข่าย เพื่อเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับนานาชาติได้อีกด้วย
22 มีนาคม 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เปิดบริการรับบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้นางนิธิวดี จรรยาสุภาพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานอนามัยและพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนโลหิต ได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง สำหรับช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล   โดยงานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา เป็นผู้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวก จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี อายุ 17-60 ปี มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่เป็นโรคหรือพาหะของไวรัสตับอักเสบ ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง ไม่มีประวัติผ่าตัดใหญ่  มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กันค่ะ”สำหรับการเตรียมตัวชองผู้ที่จะมาบริจาคโลหิต คือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง  งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต  งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต รับประทานอาหารก่อนการบริจาคโลหิตและงดอาหารที่มีไขมันสูง  ดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิตอย่างน้อย 30 นาที ไม่รับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อในระยะ 3 วันก่อนการบริจาคโลหิตขอเชิญนักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย     ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สำหรับนักศึกษาที่ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับชั่วโมงกิจกรรมด้านจิตอาสา ครั้งละ 6  ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา  โทร. 0 5387 3074-75
4 กุมภาพันธ์ 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เปิดบริการรับบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้นางนิธิวดี จรรยาสุภาพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานอนามัยและพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนโลหิต ได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง สำหรับช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล   โดยงานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา เป็นผู้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวก จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี อายุ 17-60 ปี มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่เป็นโรคหรือพาหะของไวรัสตับอักเสบ ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง ไม่มีประวัติผ่าตัดใหญ่  มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กันค่ะ”สำหรับการเตรียมตัวชองผู้ที่จะมาบริจาคโลหิต คือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง  งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต  งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต รับประทานอาหารก่อนการบริจาคโลหิตและงดอาหารที่มีไขมันสูง  ดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิตอย่างน้อย 30 นาที ไม่รับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อในระยะ 3 วันก่อนการบริจาคโลหิตขอเชิญนักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย     ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สำหรับนักศึกษาที่ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับชั่วโมงกิจกรรมด้านจิตอาสา ครั้งละ 6  ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา  โทร. 0 5387 3074-75
4 กุมภาพันธ์ 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เปิดบริการรับบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้นางนิธิวดี จรรยาสุภาพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานอนามัยและพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนโลหิต ได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง สำหรับช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล   โดยงานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา เป็นผู้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวก จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี อายุ 17-60 ปี มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่เป็นโรคหรือพาหะของไวรัสตับอักเสบ ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง ไม่มีประวัติผ่าตัดใหญ่  มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กันค่ะ”สำหรับการเตรียมตัวชองผู้ที่จะมาบริจาคโลหิต คือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง  งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต  งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต รับประทานอาหารก่อนการบริจาคโลหิตและงดอาหารที่มีไขมันสูง  ดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิตอย่างน้อย 30 นาที ไม่รับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อในระยะ 3 วันก่อนการบริจาคโลหิตขอเชิญนักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย     ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สำหรับนักศึกษาที่ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับชั่วโมงกิจกรรมด้านจิตอาสา ครั้งละ 6  ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา  โทร. 0 5387 3074-75
4 กุมภาพันธ์ 2564
ผลงานวิจัยอาจารย์ ม.แม่โจ้ เจ๋ง “ผลิตไฟฟ้าจากการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์” สร้างพลังงานทดแทน ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม
"ระบบการผลิตไฟฟ้าร่วมกับความร้อนจากขยะติดเชื้อทางการแพทย์" ต้นแบบนวัตกรรมสัญชาติไทยเครื่องแรก ที่ใช้เทคนิคการผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมกับการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์ระบบแรกของประเทศไทย ผลงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ ดร.นัฐพร ไชยญาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชวโรจน์ ใจสิน อาจารย์ประจำวิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้และทีมงาน ได้รับรางวัลระดับดี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ในการพิจารณารางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2564 โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รองศาสตราจารย์ ดร.นัฐพร ไชยญาติ หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่า “ผลงานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความต้องการแก้ปัญหาปริมาณขยะติดเชื้อทางการแพทย์ที่มีปริมาณมากในปัจจุบัน โดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์ อีกทั้งยังสอดรับกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของกระทรวงพลังงานได้อีกด้วย ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยมาประมาณ 5 ปี โดยได้มีการลงนามความความร่วมมือกับบริษัทเอกชน จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด , บริษัท ทานิตะ แฟบริเคชั่น จำกัด และ บริษัท 89 อินเวนชั่น แอนด์ ไอเดีย จำกัด ในการสนับสนุนทุนวิจัยและส่วนอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัยระบบการผลิตไฟฟ้าร่วมกับความร้อนจากขยะติดเชื้อทางการแพทย์ เครื่องนี้เป็นเครื่องต้นแบบขนาดเล็ก มีอัตราการเผาไหม้เชื้อเพลิงขยะติดเชื้อประมาณ 250 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ด้วยการนำขยะติดเชื้อทางการแพทย์ที่ผ่านการบำบัดด้วยเทคนิคบด ย่อย และฆ่าเชื้อด้วยความร้อน มาใช้เป็นเชื้อเพลิงและถ่ายเทความร้อนจากกระบวนการเผาไหม้ให้แก่น้ำสะอาด ซึ่งนวัตกรรมการถ่ายเทความร้อนภายในห้องเผาไหม้โดยตรงให้แก่ของไหลสะอาด ถือได้ว่าเป็นต้นแบบเตาเผาขยะเครื่องแรกของประเทศไทยอีกด้วย จากนั้นนำความร้อนที่ได้จ่ายให้แก่วัฏจักรแรงคินสารอินทรีย์เพื่อผลิตไฟฟ้า และทำให้ได้พลังงานไฟฟ้าสุทธิประมาณ 20 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ 20 หน่วยไฟฟ้า และจากการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ พบว่า การกำจัดขยะติดเชื้อ 1 กิโลกรัม มีต้นทุนโดยเฉลี่ยตลอดโครงการเพียง 3.185 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมต้องจ้างขนขยะติดเชื้อทางการแพทย์ไปกำจัดกิโลกรัมละประมาณ 10-15 บาท ขึ้นกับระยะทางของโรงพยาบาล รวมทั้งมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยเฉลี่ยตลอดโครงการ 3.302 บาทต่อหน่วย ที่สำคัญสามารถควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ผลงานวิจัยชิ้นนี้ ยังเคยได้รับรางวัลระดับดีมาก การประกวดข้อเสนอโครงการผลงานนวัตกรรม และรางวัลเหรียญทองการประกวดผลงานนวัตกรรม ประเภทผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อุปกรณ์อัจฉริยะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2563 ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา  รวมทั้งได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการ Thailand New Gen Inventors Award 2021 (I-New Gen Award 2021) ในงาน "วันนักประดิษฐ์" ประจำปี 2564 ในชื่อผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระบบผลิตไฟฟ้าวัฏจักรแรงคินสารอินทรีย์จากพลังงานทดแทนแบบผสมผสานของขยะชุมชนและพลังงานแสงอาทิตย์ในระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2564 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯทั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จะจัดงานมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2564 ในงาน "วันนักประดิษฐ์" ประจำปี 2564 เพื่อมอบรางวัลอย่างเป็นทางการให้กับผู้ได้รับรางวัลประเภทต่าง ๆ ต่อไปปัจจุบัน “ระบบต้นแบบการผลิตไฟฟ้าร่วมกับความร้อนจากขยะติดเชื้อทางการแพทย์” ได้รับการขยายผลต่อยอดเชิงพาณิชย์และใช้งานจริงในโรงพยาบาลและหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง  และได้พัฒนาต่อยอดเพื่อใช้กับขยะทั่วไปอีกด้วย ผลงานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นอีกทางเลือกในการช่วยแก้ปัญหาการกำจัดขยะซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะติดเชื้อจากหน้ากากอนามัยใช้แล้วแล้วทิ้งที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องใช้ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19  พร้อมทั้งยังสร้างพลังงานทดแทนและช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
1 กุมภาพันธ์ 2564
ม.แม่โจ้ กวาดรางวัล 3 G ทอง และ 1 G เงิน รางวัลประเมินสำนักงานสีเขียว ปี 2563 (Green Office) ระดับประเทศ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผ่านการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) ในระดับดีเยี่ยม (G ทอง)   และระดับดีมาก  (G เงิน) ตามโครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว  ปี 2563  ของกรมส่งเสริมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม   ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานที่ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในสำนักงาน ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases: GHG) ออกสู่บรรยากาศ และดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะกรรมการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว ระดับประเทศได้ตรวจประเมินสำนักงานที่ขอรับการรับรองเรียบร้อยแล้ว  ในปี 2563  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีหน่วยงาน ที่ขอเข้ารับการประเมิน 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักหอสมุด(เพื่อต่ออายุ)  สำนักงานมหาวิทยาลัย (เพื่อต่ออายุ) คณะวิทยาศาสตร์(ครั้งแรก) และคณะสารสนเทศและการสื่อสาร(ครั้งแรก) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ซึ่งคณะกรรมการได้ทำการตรวจประเมินตามเกณฑ์ใน 6 หมวด ได้แก่ 1.)การกำหนดนโยบายและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  2.)การสื่อสารและการสร้างจิตสำนึก  3.)การใช้ทรัพยากรและพลังงาน  4.)การจัดการของเสีย 5.)สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในสำนักงาน และ 6.)การจัดซื้อจัดจ้าง  และผลการตรวจประเมินหน่วยงานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้ง 4 หน่วยงาน มีดังนี้รางวัลระดับดีเยี่ยม (G ทอง)  ได้แก่  สำนักหอสมุด  สำนักงานมหาวิทยาลัย (รางวัลระดับดีเยี่ยมต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน) และ คณะวิทยาศาสตร์ (เข้ารับการประเมินครั้งแรก)รางวัลระดับดีมาก (G เงิน) ได้แก่  คณะสารสนเทศและการสื่อสาร (เข้ารับการประเมินครั้งแรก)    ทั้งนี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  จะได้จัดมอบโล่รางวัลอย่างเป็นทางการให้กับมหาวิทยาลัยต่อไป
22 มกราคม 2564
Maejo Open Farm 2021 : Online ม.แม่โจ้ เตรียมเปิด Land Mark ใหม่ เที่ยวปลอดภัย แบบ New Normal
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ Maejo Open Farm 2021Online   เปิดแหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ ทั้งแบบ Online และ Walk in มาท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal พักผ่อนหย่อนใจ ในบรรยากาศสไตล์ฟาร์ม พบกับป่าใกล้เมืองที่สมบูรณ์ที่สุด  ชมฟรี....ระหว่างวันที่ 14-17 มกราคม 2564 ณ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จ.เชียงใหม่รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้  กล่าวว่า  “มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสถาบันการศึกษาที่มีรากฐานทางการเกษตรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีอายุมากว่า 85 ปี ได้สะสมองค์ความรู้มากมายที่พร้อมจะถ่ายทอดสู่สังคมในรูปแบบต่างๆ  ซึ่งการเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ Maejo Open Farm 2021 ในครั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทางสำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัย รวมถึงหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง  เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย ให้น่าสนใจ สวยงาม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ รองรับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป ได้เข้ามาเยี่ยมชม พักผ่อนหย่อนใจ จัดเป็น Land Mark และจุด Check In แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการจัดงานฯ ได้ปรับให้เป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่  New Normal ซึ่งสามารถเข้ามาท่องเที่ยวแบบ Onlineและ Walk in เข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงได้อย่างสบายใจ”งานเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แบ่งพื้นที่การจัดงานเป็น 2 โซน คือ โซนภายในมหาวิทยาลัย และ โซนฟาร์มมหาวิทยาลัยบนเนื้อที่กว่าพันไร่ โดยจะได้พบกับ 8 ฐานเรียนรู้ไฮไลท์ ที่ต้องเยี่ยมชมฐานเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัย มี 3 ฐาน ฐานเกษตรทฤษฎีใหม่ หัวใจคนก้าวหน้า  ชมแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงบนที่ดินทำกินจำนวนไม่มาก ทั้งปลูกผัก ปลูกไม้ผล ปลูกพืชไร่ เลี้ยงสัตว์ ขุดสระ ปลูกที่อยู่อาศัย ผู้เข้าชมแบบ Walk in สามารถตัดผักจากแปลงได้ทุกวันฐานเกษตรล้านนา วิถีแห่งธรรม ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณี ศิลปกรรมพื้นบ้านล้านนา กลุ่มบ้านล้านนาจำลอง เรียนรู้การไถนาด้วยสัตว์ วัฒนธรรมการดำนา ปลูกข้าว การปลูกผักสวนครัวหลังบ้าน  มีแปลงสาธิตเกษตรธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์ ได้สัมผัสวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนาโดยแท้จริงฐานนวัตกรรมแห่งการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ  เป็นการจัดแสดงนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่  เช่น การช่วยชีวิตเอ็มบริโอ การเพิ่มจำนวนโครโมโซม ทำให้ได้ลูกผสมพันธุ์ใหม่ของโลก  เช่น หงส์เหินพันธุ์ใหม่  หน้าวัวกระถาง  ปทุมมา3N สร้างตลาดไม้ดอกไม้ประดับของไทยให้เข้มแข็ง สามารถแข่งกันกับตลาดโลกได้ฐานเรียนรู้บนพื้นที่ฟาร์มมหาวิทยาลัย มี 5 ฐาน ฐานมหัศจรรย์พันธุ์ไม้ฟอกอากาศ  มีการจัดแสดงพันธุ์ไม้ฟอกอากาศหลายสายพันธุ์ ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษจากหมอกควัน  ดูดสารพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ และดูดฝุ่นละอองขนาดเล็ก 5  แนวคิดการจัดมุมทำงานด้วยไม้ฟอกอากาศที่ให้ความสวยงามเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยลดมลพิษ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ฐานพรรณไม้หลากสีสัน แห่งทุ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้   มีแปลงดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ เช่น ดอกบานชื่น ดอกทานตะวัน ดอกคอสมอส ดอกมากาเร็ต รวมถึงแปลงไม้ผลเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก เช่น มะม่วง ลำไย ที่มีการตกแต่งทรงพุ่มเพื่อ ที่ปลูกผสมผสานกันอย่างลงตัว เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศแห่งใหม่ ที่ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินฐาน Amazing 2ชีวภัณฑ์ระดับโลก  นวัตกรรมสารชีวภัณฑ์ “ซิลเวอร์นาโน” ที่มีประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อโรค โดยใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ ผลิตจากโลหะเงินที่มีความบริสุทธิ์ 99.99% ด้วยเทคโนลียีนาโน มีความปลอดภัย ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนัง และพื้นผิวที่สัมผัส ใช้ได้กับทุกพื้นผิว ทุกพื้นที่ สัมผัสร่างกายได้  และ “สารชีวภัณฑ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช Bio9” นวัตกรรมช่วยลดอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชทางการเกษตร เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เกษตรกรที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายและมีประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืชได้ดี ทั้งยังส่งผลทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกรในระยะยาวอีกด้วยฐานแปลงกัญชาเพื่อรักษาโรค ใหญ่ที่สุดในเอเซียน  แปลงปลูกกัญชาอินทรีย์ จำนวน 16,700 ต้น ซึ่งเป็นแปลงปลูกกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ลงนามความมือกับกรมการแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม ร่วมวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาและกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มีการปลูกแบบอินทรีย์ ทั้งในระบบปิดและระบบเปิดฐานความงดงามแห่งพืชผัก มีการแสดงพันธุ์ผักและการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักในระบบเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากล ชื่นชมความงดงามแห่งทุ่งดอกผัก 3 สีมหัศจรรย์ เขียว ขาว เหลือง บนพื้นที่ 9 ไร่ พร้อมจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ ต้นกล้าพันธุ์ผักสวนครัว และผลผลิตสดๆ จากแปลงของนักศึกษานอกจากนั้น ยังมีแปลงปลูกผักแลกค่าเทอมของนักศึกษาซึ่งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้สู่การลงมือปฏิบัติจริงของนักศึกษาที่สนใจในการทำการเกษตร และหารายได้ระหว่างเรียน   สำหรับผู้เยี่ยมชม ทั้งแบบ Walk in และ Online  จะได้ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัล อีกด้วย และพิเศษไปกว่านั้น  นักเรียน นักศึกษา ที่มีความสนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และมีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Online ก็สามารถมาสมัครและผ่านการคัดเลือกได้ทันที ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่  www.openfarm.mju.ac.thทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด เปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (Maejo Open Farm 2021) Online ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal  ระหว่างวันที่ 14-17 มกราคม 2564  ณ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ติดตามชมพิธีเปิดออนไลน์ในวันที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป ทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ Maejo University https://www.facebook.com/MaejoUniversity
11 มกราคม 2564
ม.แม่โจ้ ได้คะแนนเต็มด้าน Policy 100 % ครองอันดับ 2 ของประเทศ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน 2563  (SCD Ranking 2020)
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563  มูลนิธิส่งเสริมทบวงมหาวิทยาลัย รายงานผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน -Sustainable Community Development University Rankings 2020 SCD Ranking 2020) ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 2 ของประเทศ โดยได้รับคะแนนด้านนโยบายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน (SCDUR)เป็นการจัดอันดับที่จัดทำโดยมูลนิธิเพื่อการส่งเสริมกระทรวงมหาวิทยาลัย (UFPMUA) ประเทศไทยการจัดอันดับแสดงให้เห็นถึงการเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกจาก 11 ตัวชี้วัดที่กระจายอยู่ใน 7 ด้าน ได้แก่ นโยบายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,หลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน, บริการวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,การหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,การวิจัยการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,ศิษย์เก่าที่ทำงานในชุมชนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและรางวัลด้านการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ประจำปี 2563Sustainable Community Development University Rankings 2020 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศ โดยมีคะแนนแต่ละด้านดังนี้     1.) ด้าน นโยบายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 100   2.) ด้านการวิจัยการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนร้อยละ 95   3.)รางวัลในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 65      4.) ด้านการหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 50.38   5.) ด้านศิษย์เก่าที่ทำงานในชุมชนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 30   6.) ด้านบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 28.49   และ 7.) ด้านหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนร้อยละ 12**อ้างอิงจาก http://www.scdrankings.in.th/rep_score.htm
7 มกราคม 2564
เริ่มแล้ว !! ตบกันมันส์ ฟาดกันแรง แข่งกันเต็มที่ กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอเชิญ ชม เชียร์ การแข่งขันกีฬาบุคลากกรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจำปี 2563
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดโครงการแข่งกันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจำปี 2563  ส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างสุขภาพดี กระชับความสามัคคี ตั้งแต่บัดนี้ – 25 ธันวาคม 2563สโมสรบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัย ให้ดำเนินการจัดโครงการแข่งขันกีฬาบุคลากร ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะส่งเสริมให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพดี แข็งแรง  สร้างความสามัคคีในกลุ่มคณะ อีกทั้งยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐได้ออกกำลังกายอีกด้วยในปีนี้มีการจัดการแข่งขัน ดังนี้ ฟุตบอลชาย วอลเลย์บอล (ทีมผสมชายไม่เกิน 2 คน) แบดมินตัน ว่ายน้ำ กรีฑา เปตอง และกีฬามหาสนุก นอกจากนั้นปีนี้ยังได้ริเริ่มจัดการแข่งขัน “วิ่งรอบมหาวิทยาลัยเชื่อมใจบุคลากร” ระยะทาง 6 กิโลเมตร ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 และจะมีพิธีเปิด-ปิด การแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อมอบถ้วยรางวัลแต่ละชนิดกีฬา ในวันที่ 25 ธันวาคม 2563 โดยมีหน่วยงานทั้งระดับคณะ/วิทยาลัย/สำนัก และกลุ่มวิสาหกิจ เข้าร่วม จำนวน 21 หน่วยงาน  สำหรับกีฬาที่กำลังทำการแข่งขัน มีดังนี้วันที่ 30 พฤศจิกายน-4 ธันวาคม 2563 การแข่งขันแบดมินตัน             ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติวันที่ 8 ธันวาคม 2563               วิ่งรอบมหาวิทยาลัยเชื่อมใจบุคลากร  ณ เส้นทางภายในมหาวิทยาลัยวันที่ 16 ธันวาคม  2563            การแข่งขันว่ายน้ำ                      ณ สระว่ายน้ำอุบลรัตน์ฯวันที่ 16-18 ธันวาคม 2563        การแข่งขันเปตอง                      ณ หลังอัฒจันทร์ไม่มีหลังคาวันที่ 21-22 ธันวาคม 2563        การแข่งขันกรีฑา (ลาน/ลู่)            ณ สนามกีฬาอินทนิลวันที่ 25 ธันวาคม 2563             กีฬามหาสนุก                           ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นกำลังใจให้นักกีฬาของแต่ละหน่วยงาน ได้ตามกำหนดการแข่งขันข้างต้น และขอเชิญร่วมมหกรรมพิธีเปิด-ปิด อย่างเป็นทางการ กับ Theme ขบวนพาเหรด “สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องออกกำลังกายและทานอาหารเกษตรอินทรีย์มีประโยชน์” ในวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563  ณ  ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
8 ธันวาคม 2563
ม.แม่โจ้ ต้อนรับ 2 รัฐมนตรี สัมมนาวิชาการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายมหาวิทยาลัยและส่วนราชการ จ.เชียงใหม่-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน เรื่อง “พลังอุดมศึกษากับการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” พร้อมจัดประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และการประชุมใหญ่สามัญสมาคม ทปอ.ครั้งที่ 4/2563
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดการประชุมสัมมนาวิชาการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายมหาวิทยาลัยและส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน เรื่อง “พลังอุดมศึกษากับการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” โดยได้รับเกียรติจากพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและบรรยายพิเศษ เรื่อง “การพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน เพื่อขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน”   และได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้ามอบนโยบายและบรรยายพิเศษ เรื่อง “การปฏิรูปอุดมศึกษาในวิถีชีวิตใหม่ (New nomal) ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563  พร้อมกันนี้ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย พร้อมการประชุมใหญ่สามัญสมาคม ทปอ.ครั้งที่ 4/2563 ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 ณ  ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล  ทองมา  อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2477 จะมีอายุครบ 100 ปี ใน พ.ศ.2577ปัจจุบันเปิดการเรียนการสอน ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญโท ปริญญาเอก กว่า 100 หลักสูตร โดยได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อให้มีทิศทางการพัฒนาไปสู่เป้าหมายตามกรอบที่วางไว้  ซึ่งการแบ่งกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาตามจุดเน้นยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับทิศทางก ารพัฒนาประเทศ มหาวิทยาลัย  แม่โจ้ จัดอยุ่ในกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างผู้ประกอบการและต่อยอดสู่ SMEs สตาร์ทอัพ เพื่อไปพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศต่อไปตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมของประเทศให้ไปในทิศทางเดียวกันมหาวิทยาลัยจึงได้จัดการสัมมนาวิชาการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายมหาวิทยาลัย และส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน เรื่อง “พลังอุดมศึกษากับการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” เพื่อถ่ายทอดนโยบายการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน สู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ผ่านการร่วมระดมความคิดเห็น  แลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังได้จัดแสดงผลงานวิจัยแห่งชาติ และระดับนานาชาติ พ.ศ.2555-2563 แบ่งเป็น กลุ่มยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ สู่ปีที่ 100 , กลุ่มผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมเด่น , กลุ่มอาหารและยา, กลุ่มโครงการสนับสนุนขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เช่น โครงการจ้างงาน  โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย โครงการ non-degree โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสู้ภัย COVID-19  เช่น โครงการแม่โจ้ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวทั่วไทยสู้ภัย COVID-19  ซึ่งมหาวิทยาลัยได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ“ผู้สนับสนุนการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร”จากกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 นอกจากนั้นยังมีการแสดงผลงานที่ได้รับความร่วมมือกับเครือข่ายด้านการเกษตร โครงการสนองงานพระราชดำริ นิทรรศการด้านเกษตรอินทรีย์และเกษตรธรรมชาติ รวมทั้งสิ้นกว่า 80 ผลงาน  และทุกท่านจะศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพระราชดำริ พื้นที่ฟาร์มเกษตรและแปรรูปเพิ่มมูลค่าอย่างครบวงจรนำไปสู่เครือข่ายการทำงานในการขับเคลื่อนการปฏิรูปอุดมศึกษาและพัฒนาประเทศไทยไปด้วยกันให้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม”ผู้เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ผู้บริหารส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  ลำพูน แม่ฮ่องสอน และผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนานักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง(นบม.) รวมจำนวน 200 คน ซึ่งหลังการสัมมนาในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะได้นำข้อสรุปที่ได้ ถ่ายทอดเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ในการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยและการประชุมใหญ่สามัญสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4/2563 ต่อไปด้าน นายเจริญฤทธิ์  สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้ประชุมเพื่อขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด ในการติดตาม รับฟัง และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนในจังหวัด และจัดให้มีการตอบสนองความต้องการของประชาชนในจังหวัดให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็วและทันเหตุการณ์ ในกรณีที่เกินขีดความสามารถหรือศักยภาพของจังหวัดให้รายงานรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในระดับพื้นที่จังหวัด บูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงแนวคิดวิถีชีวิตใหม่และการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน อีกทั้งยังสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน ให้เห็นความจำเป็นในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ตลอดจนติดตามประเมินผลการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชนและได้ร่วมกันหารือในเรื่องการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว และการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยบูรณาการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเ อกชน และภาคประชาชน ทั้งการสร้างกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวภายในประเทศ พร้อมทั้งมาตรการการรองรับในด้านต่างๆ ในขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด ดังนั้นจังหวัดเชียงใหม่พร้อมรับนโยบายและถ่ายทอดสู่การปฏิบัติและร่วมขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน”สำหรับการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) และการประชุมใหญ่สามัญสมาคม  ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4/2563  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานในการประชุม ซึ่งจะมีอธิการบดี รองอธิการบดีอีกแห่งละ 2 ท่าน จาก 34 สถาบันสมาชิกเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้  นอกจากนั้นยังได้มีการดำเนินการเลือกตั้งประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยและนายกสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยในคราวเดียวกันอีกด้วย.ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม >>> https://erp.mju.ac.th/informationDetail.aspx?newsId=3822
6 พฤศจิกายน 2563
ม.แม่โจ้ เตรียมจัด MJU Thank you Press Party 2020 สานสัมพันธ์ชาวแม่โจ้ – สื่อมวลชน
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เตรียมจัดงาน MJUThank you Press Party 2020 ผู้บริหารมหาวิทยาลัยพบปะและขอบคุณสื่อมวลชน ประจำปี 2563  กระชับความสัมพันธ์ชาวแม่โจ้ - พี่น้องสื่อมวลชน ในวันศุกร์ที่ 16  ตุลาคม  2563 ณ ครอสทู เชียงใหม่ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ทอาจารย์ ดร.สุดเขต  สกุลทอง  ผู้ช่วยอธิการบดี  ประธานคณะทำงานเครือข่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยแม่โจ้  กล่าวว่า  “งานผู้บริหารพบปะและขอบคุณสื่อมวลชนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้พบปะและพูดคุยกับสื่อมวลชน กระชับความสัมพันธ์อันดีที่มีร่วมกันมายาวนาน รวมทั้งขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ร่วมประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสาร กิจกรรมของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่อัตลักษณ์และยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเพื่อสร้างการรับรู้ และผลิตสื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ห้างร้านต่างๆ มาร่วมจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับสื่อมวลชนในครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมกันทุกภาคส่วนที่ช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมด้านการสื่อสารองค์กรให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”ภายในงานเตรียมพบกับหนุ่มหล่อ-สาวสวย MJU AMBASSADOR 2020 THE DIAMOND OF INTHANIN  ดาวล้ำค่าชูช่ออินทนิล 2020  ร่วมสร้างภาพลักษณ์อันงดงาม กิจกรรมนันทนาการ เกมส์สุดมันส์ รับรางวัลเต็มเหนี่ยว พร้อมรับประทานอาหารสุดอร่อย เคล้าเสียงดนตรีอันไพเราะ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ใกล้ริมน้ำปิง ร่วมกระชับความสัมพันธ์อันดีของพี่น้องชาวสื่อฯ กับ ผู้บริหารมหาวิทยาแม่โจ้นอกจากนั้นจัดให้มีกิจกรรมพิเศษ การเปิดตัวพืชพันธุ์ใหม่ของโลกปทุมมาโครโมโซม 3N “แม่โจ้กรีนเพิร์ล- แม่โจ้ไวท์เพิร์ล -แม่โจ้พิงค์เพิร์ล” มีลักษณะเด่นน่าสนใจ จดสิทธิบัตรเป็นของไทย สงวนไว้สำหรับเกษตรกรไทยได้ผลิตและส่งจำหน่ายทั่วโลก ซึ่งเกิดจากการทุ่มเทวิจัยพัฒนาพันธุ์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์       ดร.เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี อาจารย์/นักวิจัย คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะนำมาจัดแสดงให้สื่อมวลชนได้ชมและเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผลงานต่อไป
14 ตุลาคม 2563
ฝ่ายสื่อสารองค์กร ม.แม่โจ้ จัด KM เขียนบทความข่าว-เทคนิคการถ่ายภาพ เสริมทักษะทีมงานเครือข่ายสื่อสารองค์กรให้เข้มแข็ง
ฝ่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เตรียมจัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) ทักษะการเขียนบทความข่าวและเทคนิคการถ่ายภาพ เสริมทักษะทีมงานเครือข่ายสื่อองค์กรมหาวิทยาลัยให้เข้มแข็ง ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 ณ  ห้องประชุมรวงผึ้ง ชั้น 5 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย, บริษัท ช้อยส์มินิสโตร์ จำกัด และ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ (โอ้กะจู๋)อาจารย์ ดร.สุดเขต สกุลทอง รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดี ประธานคณะทำงานเครือข่ายสื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “การสื่อสารองค์กรและการประชาสัมพันธ์ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันนโยบายตามแนวยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างการรับรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก่อให้เกิดความผูกพันต่อองค์กรต่อยอดไปจนถึงการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานตามนโยบายยุทธศาสตร์ได้ต่อไป ซึ่งการจัดโครงการฯครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ เสริมสร้างประสบการณ์และความรู้ด้านการเทคนิคการทำสกู๊ปข่าว/ถ่ายภาพทำข่าว รวมถึงส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีให้กับคณะทำงานเครือข่ายสื่อสารองค์กรของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นตัวแทนจากทุกคณะ/สำนัก โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้เข้าโครงการฯในครั้งนี้”ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้พบกับการอบมรมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “เทคนิคการเขียนบทความข่าว/สกู๊ปข่าว และเทคนิคการถ่ายภาพเพื่อทำสกู๊ปข่าว” โดย คุณมนตรี   ตระกูลสมบัติ  บรรณาธิการศูนย์ข่าวย่อยภาคเหนือตอนบน ช่อง ๙ อสมท.  ผู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อมวลชนระดับแนวหน้าของประเทศ ให้เกียรติเป็นวิทยากร  รวมถึงการฝึกปฏิบัติ Work Shop การสัมภาษณ์ /จับประเด็นทำสกู๊ปข่าว บุคคลสำคัญนอกสถานที่ โดยได้รับเกียรติจาก  ดร.ชัดชาญ เอกชัยพัฒนกุล รองประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยแม่โจ้  กรรมการผู้จัดการ บริษัทเชียงใหม่วนัสนันท์, คุณบวรเวทย์  ตันตรานนท์ และ คุณวธัญญู  ตันตรานนท์ ผู้บริหาร บริษัท ชอยส์ มินิสโตร์ จำกัด ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมทัศนศึกษาดูงาน
22 กันยายน 2563
มหาวิทยาลัยแม่โจ้เตรียมจัดพิธีไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2563
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดพิธีไหว้ครู ประจำปีการศึกษา  2563 ในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม  2563     ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไปครู อาจารย์ เป็นผู้ประสิทธิ์ ประสาทวิชา ความรู้ เป็นปูชนียบุคคลที่เหล่าลูกศิษย์ควรให้ความเคารพ บูชา กตัญญู  กตเวที  พิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่เป็นประเพณีของไทยที่นิยมปฏิบัติมาแต่สมัยโบราณ แสดงถึงความระลึกถึงบุญคุณของครู บูรพาจารย์ การไหว้ครูเป็นการแสดงตนว่าขอเป็นศิษย์ของท่านโดยตรง  ได้แสดงออกถึงความกตัญญู รับฟังโอวาทคำสอนจากอาจารย์“แม่โจ้” ได้มีการจัดพิธีไหว้ครูครั้งแรกเมื่อวันที่  7  มิถุนายน  2477  ซึ่งเป็นวันเปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ(แม่โจ้) ทางโรงเรียนจึงจัดให้มีการไหว้ครู ขึ้นที่โรงอาหารของโรงเรียน นักเรียนทุกคนแต่งเครื่องแบบตามระเบียบของโรงเรียนดูสะอาดเรียบร้อยเป็นนักเรียนอย่างเต็มภาคภูมิทางโรงเรียนได้เชิญข้าหลวงประจำจังหวัดและธรรมการจังหวัดมาให้โอวาท มีพระช่วงเกษตรศิลปการ เป็นอาจารย์ใหญ่ อาจารย์สวัสดิ์  วีระเดชะ เป็นอาจารย์ประจำโรงเรียนนายตง วระนันท์นายสนิท ศิริเผ่านายสีมุ วงศ์จินดารักษ์ เป็นครูรอง  พิธีเปิดเริ่มขึ้นโดยอาจารย์ใหญ่กล่าวชี้แจงการจัดตั้งโรงเรียน กล่าวเชิญผู้มีเกียรติแสดงความคิดเห็นและให้โอวาทแก่นักเรียนทุกคน  แล้วพิธีไหว้ครูก็เริ่มขึ้นโดยหัวหน้านักเรียน (นายบุญนาคมหาเกตุ)เป็นผู้กล่าวนำคำไหว้บูชาครูเมื่อจบแล้วรวบรวมดอกไม้ธูปเทียนของทุกคนใส่ขันโตกแล้วนำไปมอบแก่ท่านอาจารย์ใหญ่และครูอาจารย์ทุกคนพร้อมกันนักเรียนต่างรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจในเกียรติที่ได้รับในครั้งนี้โดยทั่วกันทุกคนซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ถูกจารึกเป็นประวัติศาสตร์อันสำคัญของแม่โจ้  ถือเป็นจุดกำเนิดแม่โจ้และพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันในปีนี้มหาวิทยาลัยได้กำหนดจัดพิธีไหว้ครูขึ้นในวันพฤหัสบดีที่    27  สิงหาคม  2563 และยังคงมีพิธีระลึกถึงปูชนียบุคคลสำคัญของแม่โจ้  โดยจะมีการวางพานดอกไม้ ธูป เทียน คารวะ  อำมาตย์โทพระช่วงเกษตรศิลปการผู้ก่อตั้ง/อาจารย์ใหญ่คนแรก และศาสตราจารย์ ดร.วิภาต  บุญศรี วังซ้ายอธิการบดีคนแรก  โดยได้รับเกียรติจาก  รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล  ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้  เป็น ประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อาจารย์อาวุโส  คณาจารย์จากทุกคณะ/ทุกวิทยาลัย เข้าร่วมพิธี จากนั้นจะเป็นพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่อาจารย์ดีเด่นและบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการดีเด่นสำหรับในช่วงบ่าย นักศึกษาจะแยกย้าย เข้าร่วมพิธีไหว้ครูของแต่ละคณะ/วิทยาลัย ที่สังกัด
25 สิงหาคม 2563
ขอเชิญส่งข้อเสนอโครงการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของเอกชนในพื้นที่ขอรับทุนสนับสนุนด้านการทำ R&D ม.แม่โจ้
อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้  ได้เปิดรับข้อเสนอโครงการการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของเอกชนในพื้นที่ (IRTC) เพื่อขอรับทุนสนับสนุนด้านการทำ R&D ประจำปีงบประมาณ 2564  สมัครด่วนตั้งแต่บัดนี้ -20 สิงหาคม 2563นายกัลย์  กัลยาณมิตร  ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ประจำปีงบประมาณ 2564  ทางอุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงได้เปิดรับข้อเสนอโครงการการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของเอกชนในพื้นที่ (IRTC) เพื่อขอรับทุนสนับสนุนด้านการทำ R&D ประจำปีงบประมาณ 2564 ซึ่งเป็นการยกระดับความสามารถทางการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และสามารถส่งเสริมศักยภาพในการทำงานวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนร่วมกับนักวิจัย ให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น”ขอเชิญ อาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา ม.แม่โจ้ และผู้ที่สนใจ ร่วมส่งข้อเสนอโครงการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของเอกชนในพื้นที่ (IRTC) โดยแสกน QR Code ดาวน์โหลดใบสมัคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชน อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทรศัพท์ 0 8387 5635 ,0 5387 5637(คุณศุภนิดา / คุณกมลวรรณ ผู้ประสานงาน) หรือ email: a2n.mjubi@gmail.com ตั้งแต่บัดที่ จนถึงวันที่ 20  สิงหาคม 2563
17 สิงหาคม 2563
ม.แม่โจ้ จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (ภาคเหนือตอนบน) ประจำปี 2563 “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรม”
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยคณะวิทยาศาสตร์ จะจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เขตภาคเหนือตอนบน ประจำปี 2563 ในวันที่ 18 สิงหาคม 2563, วันที่ 11-13 กันยายน 2563 และวันที่ 15-16 ตุลาคม 2563 เทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถ น้อมรำลึกพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดผลงานด้านวิทยาศาสตร์ฯให้เป็นที่แพร่หลาย พบกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จเชียงใหม่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐปน ชื่นบาล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “คณะวิทยาศาสตร์ จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เขตภาคเหนือตอนบน ประจำปี 2563 ภายใต้หัวข้อ จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรม  และหัวข้อย่อย BIO-Circular-Green(BCG) Economyเพื่อเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และเผยแพร่ผลงานความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ พิธีถวายพานพุ่มราชสักการะพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ และกิจกรรมอื่นๆ ที่ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในทุกระดับ นำไปพัฒนาต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์และปลูกฝังเจตคติและลักษณะนิสัยที่ดีงามตามแนวทางของความเป็นวิทยาศาสตร์ให้แก่ประชาชนและเยาวชน กิจกรรมภายในงานครั้งนี้ แบ่งเป็น          วันที่ 18 สิงหาคม 2563  พิธีวางพานพุ่มราชสักการะและถวายราชสุดี พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิทนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยามหาราช ในฐานะทรงเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” (รัชกาลที่ 4)  โดยได้รับเกียรติจาก  นายเจริญฤทธิ์  สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  มาประธานในพิธี  ณ ห้องเอกภพวิทยา  ชั้น G  อาคารจุฬาภรณ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้            กิจกรรมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิทนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฎวิทยามหาราช ในฐานะทรงเป็น “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” (รัชกาลที่ 4)  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร และ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว    รวมถึงนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของคณะวิทยศาสตร์  ณ  ใต้ถุนอาคารจุฬาภรณ์ คณะวิทยาศาสตร์สำหรับกิจกรรมด้านการประกวด และการแข่งขันประเภทต่างๆ เช่น การแข่งวาดภาพจินตนาการทางวิทยาศาสตร์ การแข่งตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์ การแข่งขันกระบวนการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ การประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม การแข่งขัน E-Sports ฯลฯ ได้จัดกิจกรรมเป็น 2 ห้วง รอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2563 โดยเน้นการจัดกิจกรรมแบบออนไลน์ รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างวันที่ 15-16 ตุลาคม  2563 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้งนี้ ดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค Covid -19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดขอเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ภาคเหนือตอนบน ประจำปี 2563 ในวันที่ 18  สิงหาคม  2563,  วันที่ 11-13 กันยายน 2563 และวันที่ 15-16 ตุลาคม 2563   ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จเชียงใหม่ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 053-873818 หรือที่เว็บไซต์ https://sciencebase.mju.ac.th/scienceweekmju/
14 สิงหาคม 2563
ดูทั้งหมด
ขอเชิญร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคีชาวแม่โจ้ ประจำปี 2562
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ จัดทอดกฐินสามัคคี ประจำปีพุทธศักราช 2562ทอดถวาย ณ วัดทิพวนาราม  ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย  จังหวัดเชียงใหม่ ในวันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เพื่อนำจตุปัจจัยสมทบทุนการบูรณะพระธาตุเจดีย์และอุโบสถของวัด ขอเชิญทุกท่านร่วมพิธีถวายองค์กฐินตามกำหนดการดังนี้เวลา 08.30 น ร่วมแต่งดาองค์กฐิน ณ อาคารพุทธมิ่งมงคลเวลา 09.30 นเคลื่อนขบวนกฐินออกเดินทางออกจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ไปวัดทิพวนารามเวลา 1009  นประกอบพิธีถวายองค์กฐิน โดยมีอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธีขอเชิญพุทธศาสนิกชน ชาวแม่โจ้ ศิษย์เก่าและผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายร่วมบริจาคบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ตามศรัทธา โดยสามารถส่งเงินร่วมทำบุญได้ทางธนาณัติ สั่งจ่ายไปรษณีย์แม่โจ้ในนามของ ผู้อำนวยการกองคลัง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต.หนองหาร อสันทราย จเชียงใหม่ 50290  หรือสั่งจ่ายเช็คในนาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตหนองหาร อสันทราย จเชียงใหม่ 50290 หรือ โอนเข้าเลขที่บัญชี 678-006118-7 ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อย มแม่โจ้ ชื่อบัญชีมหาวิทยาลัยแม่โจ้โครงการกฐินสามัคคีสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 0 5387 3300-1 ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลที่ท่านได้บำเพ็ญในครั้งนี้ ได้โปรดดลบันดาลให้ ท่านพร้อมครอบครัว จงประสบแต่ความสุขความเจริญ และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ
16 ตุลาคม 2562
ขอเชิญร่วมงาน “วันวิภาต บุญศรี วังซ้าย” ร่วมรำลึกชาตกาล 103 ปี อธิการบดีคนแรก คนต้นแบบลูกแม่โจ้
“งานหนัก ไม่เคยฆ่าคน” อมตะโอวาทที่ลูกแม่โจ้ ได้ยึดถือปฏิบัติ โดยปูชนียบุคคลของชาวแม่โจ้ ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย เป็นผู้ให้ไว้ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี  วังซ้ายอธิการบดีคนแรกของแม่โจ้  เกิดเมื่อวันที่ 12มีนาคม 2459  ที่บ้านสันกลาง  ต.ในเวียง อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ เป็นบุตรคนที่ 7 ของ นายบุญมา และ นางบัวเกี๋ยง วังซ้าย มีพี่น้องทั้งหมด 8 คน สมรสกับ นางสมจินต์  ตุงคผลิน มีบุตร ธิดารวม  4 คน เมื่อวัยเยาว์นั้นท่านได้เริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดหลวง อ.เมือง  จ.แพร่ ส่วนชั้นมัธยมศึกษานั้นเรียนที่โรงเรียนพิริยาลัย จ.แพร่ เนื่องจากครอบครัวท่านเป็นผู้มีฐานะดีประกอบกับท่านเองก็เรียนหนังสือเก่งเป็นทุนอยู่แล้ว เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากจังหวัดแพร่ ท่านจึงเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ และเข้าเรียนต่อโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2476 ท่านเรียนอยู่ที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยได้เพียงปีเดียวก็ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมขึ้นที่แม่โจ้ท่านจึงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม     แม่โจ้ เป็นรุ่นแรกเมื่อปี 2477 ซึ่งถือเป็นรุ่นบุกเบิกและสร้างแม่โจ้ และจบจากแม่โจ้ เมื่อปี พ.ศ. 2478 ก็ได้เข้าบรรจุทำงานเป็นพนักงานยางที่หาดใหญ่  จ.สงขลา 1 ปีในปีถัดมารัฐบาลได้ประกาศให้มีการสอบชิงทุนหลวงไปศึกษาต่อต่างประเทศ ท่านได้ไปศึกษาในมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์  เมืองลอสบานโยส  สาขาเศรษฐศาสตร์ จนจบปริญญาตรีเมื่อพ.ศ. 2484 จึงได้กลับมารับราชการเป็นอาจารย์ที่แม่โจ้โดยรับตำแหน่งเป็นอาจารย์ผู้ปกครอง พ.ศ. 2489 ท่านได้ลงสมัครแข่งขันเป็นผู้แทนราษฎร 2 ครั้ง และได้รับการคัดเลือกในครั้งที่ 2 พอถึงปี พ.ศ. 2497หลวงปราโมทย์จรรยาวิภาต ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอาชีวศึกษาขณะนั้นขอให้ท่านไปช่วยแม่โจ้ ด้วยวิชาความรู้ ความสามารถ อยากให้ไปช่วยปรับปรุงแม่โจ้ ท่านจึงรับแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ใหญ่ชั้นเอก ของโรงเรียนเกษตรกรรมแม่โจ้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2497 และในปี 2499 ท่านได้ปรับเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ ชั้นพิเศษ จนกระทั่งได้เป็นอธิการบดีคนแรกของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ถึง 2 สมัยเป็นระยะเวลา 8 ปี (พ.ศ.2518 – พ.ศ. 2526) ตลอดระยะเวลาท่านได้สร้างคุณประโยชน์นานัปการให้กับสถาบันแห่งนี้จึงทำให้ท่านเป็นที่เคารพยิ่งของชาวแม่โจ้สืบต่อมาจากอดีตจวบจนปัจจุบันศาสตราจารย์ ดร.วิภาตบุญศรีวังซ้ายศิษย์เก่าแม่โจ้ รุ่น 1 (คนต้นแบบลูกแม่โจ้)คือปูชนียบุคคล ของชาวแม่โจ้ เป็นผู้ให้อมตะโอวาท งานหนักไม่เคยฆ่าคน ไว้แก่ลูกแม่โจ้ทุกคน และท่านได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2527มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้  สร้างอนุสาวรีย์ของท่านณ บริเวณลานหน้าสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกำหนดให้ทุกวันที่ 30 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันวิภาตบุญศรี วังซ้ายเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้รำลึกขอเรียนเชิญคณาจารย์นักศึกษา บุคลากร และศิษย์แม่โจ้ทุกรุ่นร่วมรำลึก 103 ปี อธิการบดีคนแรกของแม่โจ้  ในงาน วันวิภาต บุญศรีวังซ้าย วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2562 โดยมีกำหนดพิธีวางพวงมาลาสักการะตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลานอนุสาวรีย์ ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย หน้าสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยแม่โจ้
16 ตุลาคม 2562
ICAPS แม่โจ้ จัดอบรมผู้ตรวจประเมินระบบการผลิต GAP และอินทรีย์ สร้างทีมผู้ตรวจประเมินคุณภาพรองรับระบบการผลิต
สถาบันรับรองระบบการผลิตผลิตภัณฑ์การเกษตร  (ICAPS) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดหลักสูตรฝึกอบรมผู้ตรวจประเมินระบบการผลิต GAP และอินทรีย์ สำหรับข้าวและพืชอาหาร  ปี 2562 รุ่นที่ 1 (สำหรับผู้เกษียณอายุ)  ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2562 ณ ห้องแคทรียาควีนสิริกิตติ์ ชั้น 5 ตึกกล้วยไม้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  อบรมฟรี...รับจำนวนจำกัดเพียง 50 คนเท่านั้นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัตน์ นักหล่อ ผู้ช่วยอธิการบดี ในฐานะ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันรับรองระบบการผลิตผลิตภัณฑ์การเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า  ICAPS เป็นหน่วยตรวจประเมิน และหน่วยรับรองด้านระบบการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร มีความเป็นอิสระและมีความเป็นกลางในการตรวจประเมินและรับรองตามมาตรฐานสากล ISOIEC 170202012 และ ISOIEC 17065:2012  ภายใต้การรับรองระบบงานของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ซึ่งให้บริการตรวจประเมินและให้การรับรองแก่ลูกค้าหน่วยงานต่างๆทั้งลูกค้ารายบุคคลและนิติบุคคล ปัจจุบันมีผู้เข้ารับบริการในปริมาณที่มากขึ้น แต่ทางสถาบันฯมีจำนวนบุคลากรอย่างจำกัด จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตด้านพืช GAP และพืชอินทรีย์ ขึ้น เพื่อเป็นการรองรับปริมาณงานตรวจประเมินระบบการผลิตพืช GAP และพืชอินทรีย์ในอนาคต และพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตฯ  ให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาฐานข้อมูลที่ใช้ในตรวจประเมิน/รับรอง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถนำไปใช้ในการตรวจประเมินตามคู่มือมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (พืชและข้าว) และคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (พืชและข้าว) ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อให้การรองรับแก่เกษตรกรต่อไป”การฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นหลักสูตรที่เปิดให้กับผู้เกษียณอายุที่มีคุณสมบัติในการเป็นผู้ตรวจประเมิน คือ มีอายุ  60 ปี ขึ้นไป มีวุฒิการศึกษาระดับ ปว.ส.ขึ้นไป และมีประสบการณ์ทางด้านการเกษตร  ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตลอดระยะเวลา 5 วัน โดยทีมวิทยากรมืออาชีพจาก กรมวิชาการเกษตร  กรมการข้าว และจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) อบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ รับจำนวนจำกัดเพียง 50 คนเท่านั้นท่านที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันรับรองระบบการผลิตผลิตภัณฑ์การเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 0 5387 5685-6
25 กุมภาพันธ์ 2562
มหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียง ครั้งที่ 13 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กำหนดจัดงานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียง ครั้งที่ 13  ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  ในวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562  ตั้งแต่เวลา 06.00 น.  ณ สนามแข่งขัน คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้อาจารย์ไพโรจน์  ศิลมั่น อาจารย์คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า “การแข่งขันนกเขาชวาเสียงครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 13 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่กิจกรรมของมหาวิทยาลัย ร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมให้มีการเลี้ยงนกเขาชวา เพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่  โดยได้รับการโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลแก่นกที่ชนะเลิศในแต่ละประเภท  คือ เสียงเล็ก เสียงกลาง เสียงใหญ่และนกดาวรุ่ง  ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ส่งนกเขาชวาเสียงทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมการแข่งขันไม่ต่ำกว่า 200 นก พร้อมกิจกรรมพิเศษนิทรรศการเกี่ยวกับการเลี้ยงนกเขาชวา และภูมิปัญญาการทำกรงนกที่มากคุณค่า”เริ่มเปิดรับลงทะเบียนนกที่ส่งเข้าแข่งขันตั้งแต่เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันได้รับเกียรติจาก อาจารย์รชฏ  เชื้อวิโรจน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธี ขอเชิญชาวชวาวงศ์เข้าร่วมการแข่งขันและร่วมชม ได้ ณ สนามแข่งขันคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  อาจารย์ไพโรจน์  ศิลมั่น  โทรศัพท์08 7179 8146 หรือคณะสัตว-ศาสตร์และเทคโนโลยี 0 5387 5432 ** (ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว)
11 กุมภาพันธ์ 2562
ขอเชิญส่งแรงใจเชียร์ทีมแม่โจ้ยูไนเต็ด ศึกฟุตบอลไทยลีค 4 ฤดูกาล 2019
สโมสรแม่โจ้ยูไนเต็ด พร้อมลุยศึกฟุตบอลไทยลีค 4 ฤดูกาล 2019 เริ่มเปิดฤดูกาลนัดแรก วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562  พบกับทีมนครแม่สอด ยูไนเต็ด  เวลา 16.00 น. ณ สนามกีฬาอินทนิล มหาวิทยาลัยแม่โจ้นายณรงค์  สุวภาพ ประธานสโมสรแม่โจ้ยูไนเต็ด กล่าวว่า “สโมสรแม่โจ้ยูไนเต็ด ได้มีการเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2559  มีสโลแกนทีม “งานหนักไม่เคยฆ่าคนพร้อมทั้งตั้งฉายาทีม “คาวบอยแม่โจ้ โดยมี ดร.อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร ยศราช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นคณะที่ปรึกษาสโมสร  โดยสโมสรแม่โจ้ยูไนเต็ดได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการต่างๆ เรื่อยมา และล่าสุดได้ แชมป์รายการไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีก 2018 โซนภาคเหนือ และในปีนี้ทีมสโมสรแม่โจ้ยูไนเต็ดได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ระดับ T4 ประจำปี 2562 หรือฟุตบอลไทยลีค 4 ที่กำลังจะเริ่มเปิดฤดูกาล 2019 ระหว่างเดือนกุมภาพพันธ์ 2562 ถึง เดือนธันวาคม 2562 จึงขอกำลังใจจากแฟนคลับทุกท่านร่วมชม รวมเชียร์ ทุกนัดที่แม่โจ้ยูไนเต็ดลงสนาม สัญญาว่า พวกเราทุกคนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ให้แฟนบอลผิดหวัง”สำหรับการแข่งขันไทยลีค 4 ฤดูกาล 2019 นัดแรก เปิดรังเหย้า The Home of cowboysทีมแม่โจ้ยูไนเต็ด ต้อนรับการมาเยือนของ "ราชันตะวันตก"ทีมนครแม่สอด ยูไนเต็ดในวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562  ตั้งแต่เวลา 1600 น. ณ สนามอินทนิล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอเชิญร่วมเป็นกำลังใจเชียร์ทีมแม่โจ้ยูไนเต็ดตลอดฤดูกาลแข่งขัน ไปให้ถึงฝันก้าวสู่ลีคระดับชาติ  ติดตามตารางการแข่งขันได้ทาง httpserpmjuacthopenFileaspx?idMzE3MjAw&methodinline
8 กุมภาพันธ์ 2562
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ MOU ธนาคารยูโอบี ร่วมมือทางวิชาการ-พัฒนาศักยภาพนักศึกษาและบุคลากรธนาคาร
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยคณะเศรษฐศาสตร์ จะจัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับ ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) ในวันอังคารที่ 2๙ สิงหาคม  2560 เวลา 09.๐๐ น. ณ ห้องประชุมเศรษฐนิทัศน์ (EC 304) ชั้น 3 อาคารยรรยง  สิทธิชัย  คณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยแม่โจ้รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ  จรรยาสุภาพคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า “เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของทั้งสองหน่วยงานให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาวิจัย และการพัฒนาบุคลากรอย่างจริงจัง และให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางวิชาการ ในด้านการเผยแพร่ความรู้ทางการศึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานธนาคาร การพัฒนาบุคลากรของธนาคาร พัฒนาศักยภาพของบุคลากรของธนาคารและมหาวิทยาลัย และการส่งเสริมให้บุคลากรของธนาคารและนักศึกษาได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานธนาคาร และเกิดความร่วมมือทางวิชาการในด้านการบริหารงานธนาคารอย่างเป็นระบบระหว่างธนาคารและมหาวิทยาลัย  ดังนั้น  ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้โดยคณะเศรษฐศาสตร์  จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ดังกล่าวขึ้น”การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ ได้กำหนดขอบเขตในข้อตกลงว่า ธนาคาร และ มหาวิทยาลัย จะสนับสนุน ส่งเสริมให้นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์และบุคลากรของธนาคาร เข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยจะให้โอกาสทางการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาแก่บุคลากรธนาคาร  ตามเงื่อนไขและดุลพินิจของคณะเศรษฐศาสตร์  ธนาคารจะพิจารณาคัดเลือกนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย เพื่อทำงานในธนาคาร ภายใต้เงื่อนไขและดุลยพินิจการคัดเลือกของธนาคาร นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยโดยคณะเศรษฐศาสตร์ ร่วมกับธนาคาร จัดทำหลักสูตรการศึกษาอบรมร่วมกันเป็นการเฉพาะสำหรับบุคลากรธนาคารในทุกระดับ และ/หรือ ธนาคารจะจัดหาบุคลากรที่มีประสบการณ์เพื่อถ่ายทอดความรู้แก่นักศึกษาทางด้านการบริหารจัดการการเงิน การธนาคาร ตามความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย  และธนาคารยินดีที่จะรับนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์เข้าร่วมกิจกรรมฝึกประสบการณ์ทางวิชาชีพ (สหกิจศึกษา) เพื่อเพิ่มทักษะ และประสบการณ์ทำงานให้กับนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ก่อนสำเร็จการศึกษา ซึ่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือวิชการการฉบับนี้ มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี นับจากวันลงนามเป็นต้นไปพิธีบันทึกลงนามความร่วมมือในครั้งนี้  จะมี นางสาวศศิวิมล  อารยวัฒนาพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรัพยากรบุคคล ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) และ รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ  จรรยาสุภาพ คณบดี  คณะเศรษฐศาสตร์  เป็นผู้แทนลงนาม ทั้งสองฝ่าย 
25 สิงหาคม 2560
สัปดาห์นี้ เชิญมาเลือกหา “ผลไม้ฤดูฝน” ณ กาดแม่โจ้ 2477
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงต้านทานโรคได้คือ การรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ โดยเลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และมีผักผลไม้เป็นส่วนประกอบในมื้ออาหารนั้นด้วย และควรเลือกผักผลไม้ตามฤดูกาลที่ให้ผลผลิตในช่วงนั้นๆ  เนื่องจากผลไม้ตามฤดูกาลจะมีรสชาดอร่อย เป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุสูง อีกทั้งมีเส้นใยอาหารที่ร่างกายต้องการเพื่อให้ระบบต่าง ๆ ทำงานอย่างเป็นปกตินอก จากนั้นยังปลอดภัยเพราะไร้สารเร่งต่างๆ ราคาถูกอีกด้วย  เช่น น้อยหน่ารสหวาน มีวิตามินซีพอสมควร ช่วยให้ชุ่มคอเป็นยาระบายอ่อนๆ กล้วยหอมให้พลังงานสูง อุดมด้วยโพแทสเซียม กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อแก้วมังกรรสเปรี้ยวอมหวานมีวิตามินซี ช่วยต้านอนุมูลอิสระป้องกันมะเร็งลองกองให้พลังงานต่ำเหมาะสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนัก แก้อาการร้อนในลำไย มีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย อีกทั้งมีสรรพคุณทางยาใช้รักษาโรคได้  ซึ่งผลไม้เหล่านี้มีจำหน่ายที่ กาดแม่โจ้ 2477 “กาดแม่โจ้ 2477” ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จัดจำหน่ายเป็นประจำทุกวัน ศุกร์ – เสาร์ ได้มีการแบ่งโซนการจำหน่าย ดังนี้  โซนผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค  สำหรับจำหน่ายผลผลิต พืช ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ จากงานวิจัยของคณะ/สำนักต่างๆ รวมทั้งผลผลิตของนักศึกษาในโครงการปลูกผัก แลก ค่าเทอม ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้,   โซนกาดเครือข่ายชุมชนซึ่งเป็นผลผลิตของเกษตรกรที่ได้รับองค์ความรู้การผลิตเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย รวมถึง โซนกาดหมั้ว จำหน่ายอาหารพื้นเมือง ผลผลิตเกษตรชุมชนเครือข่ายวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รวมทั้งกิจกรรมการจำหน่ายอาหารเมนูต่างๆ ซึ่งผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเราการันตีได้ว่าปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง ดีต่อสุขภาพแน่นอน สำหรับสัปดาห์วันศุกร์ที่ 18 และวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม นี้ จัดเป็นสัปดาห์ “ผลไม้ฤดูฝน”  ซึ่งจะมีผลไม้ตามฤดูกาลมาวางจำหน่ายมากมาย อาทิ  ลำไย ลองกอง น้อยหน่า แก้วมังกร กล้วยหอม   รวมถึงสินค้าปลอดภัยอื่นๆ ทั้ง ข้าว ไข่  ผักสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ และยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ ลำไยอบแห้ง, เก็กฮวยอินทรีย์, เห็ดหลินจือ ฯลฯ  ที่จัดไว้บริการอย่างครบครัน ให้ทุกท่านมาเลือกหา จับจ่าย ได้ในราคาเป็นธรรม   นอกจากนั้น สัปดาห์นี้ ยังคงมี “ลำไย” จากเกษตรกร  มาจัดจำหน่ายให้กับผู้บริโภคกันอีกด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไยได้อีกทางหนึ่งแล้วมาพบกันวันศุกร์-เสาร์ ที่ 18 – 19 สิงหาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น.  ณ กาดแม่โจ้ 2477 บริเวณอาคารแผ่พืชน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่  โทร. 0 5387 5708
17 สิงหาคม 2560
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดจำหน่าย “ข้าวพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2” ข้าวเหนียวหอม ต้นเตี้ย ไม่ไวแสง ปลูกได้ทั้งปี เมล็ดเรียว นุ่ม อร่อยทุกเมล็ด
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดจำหน่าย ข้าวพันธ์ กข-แม่โจ้ 2  ข้าวเหนียวหอม ต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งปี   พร้อมคุณสมบัติพิเศษ เมล็ดเรียว หอม นุ่ม อร่อยทุกเมล็ด ข้าวอุ่นแล้ว ไม่แฉะและไม่ติดกัน  ซึ่งขณะนี้มีพร้อมจำหน่ายแล้ว ทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก  และข้าวสารข้าวพันธุ์ กข-แม่โจ้2 เป็นข้าวเหนียวมีกลิ่นหอมอ่อน เมล็ดเรียวยาว  ต้นเตี้ย และไม่ไวต่อช่วงแสงสามารถปลูกได้  ตลอดทั้งปี ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2555 รางวัลระดับดีเด่น เรื่อง ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ยไม่ไวต่อช่วงแสงสายพันธุ์แม่โจ้ 2” จากสภาวิจัยแห่งชาติ และได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น การสัมมนาวิชาการ กลุ่มศูนย์วิจัยข้าวภาคเหนือตอนบน และภาคเหนือตอนล่าง จากสำนักวิจัย และพัฒนาข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2555  เรื่อง การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวสายพันธุ์ แม่โจ้ 2 จากข้าวเจ้าหอมพันธุ์ปทุมธานี 1 ด้วยวิธีผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก ใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงพันธุ์ทั้งสิ้น 11 ปีการปรับปรุงพันธุ์ได้เริ่มในฤดูนาปี 2547 จากนั้น ในปี พ.ศ.2555 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมการข้าว จึงขอส่งข้าวเหนียวสายพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2  เข้าร่วมปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานี จำนวน 3 ฤดู รวมทั้งปลูกเปรียบเทียบผลผลผลิตในนาราษฎรจำนวน 2 ฤดู และทดสอบปฏิกิริยาต่อโรค  แมลงศัตรูข้าว ทดสอบการตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน ทำการวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพเคมีที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีและเมื่อวันที่ 8 เมษายน  2558  คณะกรรมการรับรองพันธุ์ กรมการข้าว มีมติให้พันธุ์รับรอง ชื่อ กข-แม่โจ้ 2  จากวันนั้น ถึงวันนี้ เป็นระยะเวลากว่า 11 ปี ถือเป็นความสำเร็จที่ทีมงานนักวิจัยภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่สามารถปรับปรุงข้าวพันธุ์ดีให้เกษตรกรได้ปลูก  ให้ผู้บริโภคได้รับประทานข้าวเหนียว ที่หอม นุ่ม  อร่อยขณะนี้ ข้าวเหนียวหอม พันธุ์ กข-แม่โจ้ 2  พร้อมมีเมล็ดพันธุ์ข้าวจำหน่ายให้เกษตรกรสำหรับนำไปเพาะขยายพันธุ์ สามารถติดต่อได้ที่ หน่วยความเป็นเลิศทางด้านการวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงพันธุ์ข้าว โทรศัพท์  09 5676 4747 และมีข้าวสารจำหน่ายให้กับผู้บริโภค ทุกวันศุกร์ – เสาร์ ณ กาดแม่โจ้ 2477 มหาวิทยาลัยแม่โจ้
1 สิงหาคม 2560
28-29 ก.ค. นี้ขอเชิญมาช้อป มาชิม “ผลไม้พื้นบ้าน ขนมหวานเมืองเหนือ” ที่ กาดแม่โจ้ 2477
ผลไม้-ขนมหวาน  เป็นเมนูอาหารเติมเต็มความอิ่มอร่อยจากอาหารมื้อหลักประจำวัน ซึ่งในแต่และท้องถิ่น  ก็จะมีความหลากหลายแตกต่างกันไป  สำหรับในภาคเหนือมีผลไม้-ขนมหวาน ที่ขึ้นชื่อหลายอย่าง เช่น ลำไย ลูกพลับ อะโวคาโด้ แก้วมังกร ส่วนขนมหวาน เช่น ข้าวหนุกงา  ข้าวต้มหัว  หงอก ข้าวแต๋น ฯลฯ ที่บ่งบอกวัฒนธรรมอาหารการกินผ่านเมนูขนมหวานเหล่านี้  กาดแม่โจ้ 2477” ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จัดจำหน่ายเป็นประจำทุกวัน ศุกร์ – เสาร์ ได้มีการแบ่งโซนการจำหน่าย ดังนี้  โซนผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค  สำหรับจำหน่ายผลผลิต พืช ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ จากงานวิจัยของคณะ/สำนักต่างๆ รวมทั้งผลผลิตของนักศึกษาในโครงการปลูกผัก แลก ค่าเทอม ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้, โซนกาดเครือข่ายชุมชนซึ่งเป็นผลผลิตของเกษตรกรที่ได้รับองค์ความรู้การผลิตเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย รวมถึง โซนกาดหมั้ว จำหน่ายอาหารพื้นเมือง ผลผลิตเกษตรชุมชนเครือข่ายวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รวมทั้งกิจกรรมการจำหน่ายอาหารเมนูต่างๆ ซึ่งผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเราการันตีได้ว่าปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง ดีต่อสุขภาพแน่นอน สำหรับสัปดาห์วันศุกร์ที่ 28 และวันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม นี้ จัดเป็นสัปดาห์ของ เรื่อง “ผลไม้พื้นบ้าน  ขนมหวานเมืองเหนือ”  ซึ่งจะคัดสรรผลไม้ประจำถิ่น และผลไม้ตามฤดูกาล เช่น ลำไย  ลูกพลับ แก้วมังกรรวมถึงขนมหวานที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมผ่านอาหาร เช่น ข้าวหนุกงา เข้าแต๋น ฯลฯ พร้อมทั้งจัดนิทรรศการองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องให้กับผู้มาเลือกซื้อสินค้าในตลาดได้ชมกันอีกด้วยขอเชิญทุกท่าน  มาช้อป  มาชิม  ผลไม้พื้นบ้าน  ขนมหวานเมืองเหนือ  รวมถึงสินค้าปลอดภัยอื่นๆ ทั้ง ข้าว ไข่  ผักสด ผลไม้อื่นๆ เนื้อสัตว์ มาจัดจำหน่ายและยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ ลำไยอบแห้ง, เก็กฮวยอินทรีย์, เห็ดหลินจือ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีต้นไม้ พันธุ์ไม้ต่างๆ มาจัดจำหน่ายราคาย่อมเยาและพิเศษสัปดาห์นี้ จะมี “ลำไย” จากเกษตรกรมาจัดจำหน่ายให้กับผู้บริโภคกันอีกด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไยได้อีกทางหนึ่ง  พบกันวันศุกร์-เสาร์ ที่ 28 – 29 กรกฎาคม 2560  ตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น.  ณ กาดแม่โจ้ 2477 บริเวณอาคารแผ่พืชน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จ.เชียงใหม่  โทร. 0 5387 5708
27 กรกฎาคม 2560
ม.แม่โจ้ร่วมใจ ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไย เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้เกษตรกร
ลำไย” ถือเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าอย่างมหัศจรรย์ไม่เพียงแต่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการจากสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุอีกหลายชนิดที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพเท่านั้น ลำไยยังมีคุณค่าทางการแพทย์และเภสัชอีกด้วย  องค์ประกอบหลักของเนื้อลำไยคือ Soluble Substances 79-77%  ซึ่งประกอบด้วย กลูโคส 26.91% ซูโครส 0.22% กรดทาทาริค 1.26% สารประกอบไนโตรเจน 6.31% โปรตีน 5.6% ไขมัน 0.5% และธาตุอาหารอื่น ๆ เช่น Ca, Fe, P, Na, K และวิตามิน เปลือกของต้นมีสีน้ำตาลอ่อนหรือเทาและมีรสฝาด ใช้ต้มเป็นยาหม้อแก้ท้องร่วง, ผลลำไย มีเปลือกสีน้ำตาลอมเขียว ภายในมีเนื้อขาวอมชมพูขาวอมเหลืองแล้วแต่สายพันธุ์ เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยให้หลับสบาย เจริญอาหารจากกรณีสถานการณ์ราคาลำไยในภาคเหนือมีราคาตกต่ำอย่างมากด้วยสาเหตุหลายปัจจัย ทำให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และกำลังขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากลำไยเป็นไม้ผลเศรษฐกิจ และเป็นผลไม้ส่งออกที่ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรมาอย่างต่อเนื่องมหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่ต้องการจำหน่ายผลผลิต นำมาร่วมจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจในวันศุกร์และเสาร์ ณ บริเวณใกล้กับ “กาดแม่โจ้ 2477” เกษตรกรที่สนใจติดต่อ สำนักงาน กาดแม่โจ้ 2477” โทร. 0 5387 5708 (ในวันและเวลาทำการ)ขอเชิญชวนทุกท่านช่วยกันบริโภคลำไยในท้องถิ่นเพื่อเป็นการระบายผลผลิต และสนับสนุนช่วยเหลือพี่น้องชาวเกษตรกรร่วมกัน  ณ  บริเวณใกล้กับ “กาดแม่โจ้ 2477” ทุกวันศุกร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2560 เป็นไปข้อมูลเพิ่มเติม http://region3.prd.go.th/Longan/Benefits.php
27 กรกฎาคม 2560
ดูทั้งหมด
ม.แม่โจ้ จัด Big Cleaning Day MAEJO Green Heart Smart University รวมพลังฆ่าเชื้อโควิด-19 ให้แม่โจ้ทุกพื้นที่ปลอดภัย
มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดกิจกรรม “แม่โจ้พัฒนามหาวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว” Big Cleaning Day MAEJO Green Heart Smart University ทุกพื้นที่ ร่วมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย เตรียมรับเปิดเทอมหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในจังหวัดเชียงใหม่เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ผู้สัมผัสเชื้อมีจำนวนลดน้อยลง จนสามารถปิดโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา  ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับชุมชน  ผู้ปกครอง นักศึกษา และบุคลากร รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับเปิดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาที่ 1/2564  มหาวิทยาลัยได้เตรียมทำความสะอาดศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ และพื้นที่มหาวิทยาลัยเพื่อความปลอดภัยของทุกคน ดังนี้วันที่ 14 พฤษภาคม  2564 ทำการฉีดพ่นซิลเวอร์นาโนฆ่าเชื้อบริเวณอาคารใกล้เคียงโรงพยาบาลสนาม ได้แก่ ตึกจุฬาภรณ์, ตึกยรรยง สิทธิชัย, ตึกคณะสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อรองรับการเข้าปฏิบัติงานของบุคลากร โดย ทีมงานคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีวันที่ 17,19 พฤษภาคม 2564 ทำการฉีดพ่นซิลเวอร์นาโนฆ่าเชื้อในศูนย์กีฬาฯ ห้องประชุม Zone A พื้นที่ 4,000 ตร.ม., Zone B/ใต้ตึกจุฬาภรณ์/ตึกคณะเศรษฐศาสตร์/ตึกคณะสารสนเทศฯ รวมพื้นที่ 6,000 ตร.ม. ด้วยโดรน โดย ผศ.ดร.โชติพงศ์ กาญจนประโชติ และทีมงานคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร วันที่ 18,20 พฤษภาคม 2564 ทำการฆ่าเชื้อในศูนย์กีฬาฯ Zone A ด้วยหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อระบบ UV โดย คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยแม่โจ้วันที่ 19 พฤษภาคม 2654 กิจกรรม Big Cleaning Day MAEJO Green Heart Smart University  พร้อมกันทุกพื้นที่ (รวมแม่โจ้-แพร่ฯ และ แม่โจ้ - ชุมพร) บุคลากรทุกคนร่วมกันทำความสะอาดจุดพื้นผิวสัมผัสบ่อย ด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อซิลเวอร์นาโน ในหน่วยงานที่สังกัดวันที 21 พฤษภาคม  2564 ทำความสะอาดฉีดพ่นซิลเวอร์นาโน บริเวณ Zone A อีกครั้ง โดยทีมงานฟาร์มมหาวิทยาลัย และทีมงานอำเภอสันทราย ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day MAEJO Green Heart Smart University ในหน่วยงานของท่านโดยพร้อมเพรียงกัน ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2564เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล    ทองมา อธิการบดีเป็นประธาน พร้อมด้วยนายอำเภอสันทราย สาธารณสุขอำเภอ ทีมงาน รพ.สันทราย และ สภ.แม่โจ้ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดและปล่อยขบวนกิจกรรม ณ อาคารแผ่พืชน์ เพื่อแยกย้ายเข้าทำความสะอาด ทุกคณะ/ทุกสำนัก/ทุกส่วนงาน ให้ทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ปลอดภัย พัฒนามหาวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว ทั้งนี้ ดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเคร่งครัด
13 พฤษภาคม 2564
ขอเชิญชาวแม่โจ้ ร่วมพิธีดำหัวผู้อาวุโสและอธิการบดี สืบสานป๋าเวณี ปี๋ใหม่เมือง ประจำปี 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จัดพิธีดำหัวผู้อาวุโส และอธิการบดี ประจำปี 2564  ร่วมสืบสานประเพณี ปีใหม่เมือง  ในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน  2564  ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย  มหาวิทยาลัยแม่โจ้พิธีดำหัวอธิการบดีและผู้อาวุโสของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมอบหมายให้ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินกิจกรรม  เพื่อเป็นการร่วมขอขมา  คารวะผู้อาวุโส และเป็นการสืบสานประเพณีปีใหม่เมืองของชาวล้านนา หรือประเพณีปีใหม่ไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อำนวย  ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานอวยพรปีใหม่, รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้แทนกล่าวขอขมาและขอพร จากนั้นคณะผู้บริหาร นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และผู้แทน ร่วมประเคนของดำหัวผู้อาวุโสพร้อมกัน ทั้งนี้ มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์อาวุโส และศิษย์เก่าอาวุโส  ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 09.09 น. อธิการบดีพร้อมด้วยผู้บริหาร กรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ จะร่วมพิธีสักการะสรงน้ำดำหัวเจ้าแม่โจ้-เจ้าพ่อโจ้  จากนั้น เวลา 09.30 น. เริ่มลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงาน ณ ประตูวิเวก (จุดที่ 1) และจะเริ่มขบวนแห่เวลา 10.00 น. นำขบวนโดยอธิการบดี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ตามด้วยขบวนของแต่ละคณะ/สำนัก โดยขบวนจะเริ่มจากประตูวิเวก ไปตามถนนด้านหลังมหาวิทยาลัย เคลื่อนไป ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อประกอบพิธีดำหัวต่อไปขอเชิญชวนชาวแม่โจ้ ทั้งบุคลากร คณาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน ในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน  2564  ตั้งแต่เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมศิปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 0 5387 3302
5 เมษายน 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เปิดบริการรับบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้นางนิธิวดี จรรยาสุภาพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานอนามัยและพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนโลหิต ได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง สำหรับช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล   โดยงานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา เป็นผู้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวก จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี อายุ 17-60 ปี มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่เป็นโรคหรือพาหะของไวรัสตับอักเสบ ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง ไม่มีประวัติผ่าตัดใหญ่  มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กันค่ะ”สำหรับการเตรียมตัวชองผู้ที่จะมาบริจาคโลหิต คือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง  งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต  งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต รับประทานอาหารก่อนการบริจาคโลหิตและงดอาหารที่มีไขมันสูง  ดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิตอย่างน้อย 30 นาที ไม่รับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อในระยะ 3 วันก่อนการบริจาคโลหิตขอเชิญนักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย     ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สำหรับนักศึกษาที่ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับชั่วโมงกิจกรรมด้านจิตอาสา ครั้งละ 6  ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา  โทร. 0 5387 3074-75
4 กุมภาพันธ์ 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เปิดบริการรับบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้นางนิธิวดี จรรยาสุภาพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานอนามัยและพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนโลหิต ได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง สำหรับช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล   โดยงานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา เป็นผู้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวก จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี อายุ 17-60 ปี มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่เป็นโรคหรือพาหะของไวรัสตับอักเสบ ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง ไม่มีประวัติผ่าตัดใหญ่  มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กันค่ะ”สำหรับการเตรียมตัวชองผู้ที่จะมาบริจาคโลหิต คือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง  งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต  งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต รับประทานอาหารก่อนการบริจาคโลหิตและงดอาหารที่มีไขมันสูง  ดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิตอย่างน้อย 30 นาที ไม่รับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อในระยะ 3 วันก่อนการบริจาคโลหิตขอเชิญนักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย     ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สำหรับนักศึกษาที่ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับชั่วโมงกิจกรรมด้านจิตอาสา ครั้งละ 6  ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา  โทร. 0 5387 3074-75
4 กุมภาพันธ์ 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เปิดบริการรับบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้นางนิธิวดี จรรยาสุภาพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานอนามัยและพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนโลหิต ได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง สำหรับช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล   โดยงานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา เป็นผู้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวก จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี อายุ 17-60 ปี มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่เป็นโรคหรือพาหะของไวรัสตับอักเสบ ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง ไม่มีประวัติผ่าตัดใหญ่  มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กันค่ะ”สำหรับการเตรียมตัวชองผู้ที่จะมาบริจาคโลหิต คือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง  งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต  งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต รับประทานอาหารก่อนการบริจาคโลหิตและงดอาหารที่มีไขมันสูง  ดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิตอย่างน้อย 30 นาที ไม่รับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อในระยะ 3 วันก่อนการบริจาคโลหิตขอเชิญนักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย     ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สำหรับนักศึกษาที่ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับชั่วโมงกิจกรรมด้านจิตอาสา ครั้งละ 6  ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา  โทร. 0 5387 3074-75
4 กุมภาพันธ์ 2564
ผลงานวิจัยอาจารย์ ม.แม่โจ้ เจ๋ง “ผลิตไฟฟ้าจากการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์” สร้างพลังงานทดแทน ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม
"ระบบการผลิตไฟฟ้าร่วมกับความร้อนจากขยะติดเชื้อทางการแพทย์" ต้นแบบนวัตกรรมสัญชาติไทยเครื่องแรก ที่ใช้เทคนิคการผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมกับการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์ระบบแรกของประเทศไทย ผลงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ ดร.นัฐพร ไชยญาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชวโรจน์ ใจสิน อาจารย์ประจำวิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้และทีมงาน ได้รับรางวัลระดับดี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ในการพิจารณารางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2564 โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รองศาสตราจารย์ ดร.นัฐพร ไชยญาติ หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่า “ผลงานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความต้องการแก้ปัญหาปริมาณขยะติดเชื้อทางการแพทย์ที่มีปริมาณมากในปัจจุบัน โดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์ อีกทั้งยังสอดรับกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของกระทรวงพลังงานได้อีกด้วย ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยมาประมาณ 5 ปี โดยได้มีการลงนามความความร่วมมือกับบริษัทเอกชน จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด , บริษัท ทานิตะ แฟบริเคชั่น จำกัด และ บริษัท 89 อินเวนชั่น แอนด์ ไอเดีย จำกัด ในการสนับสนุนทุนวิจัยและส่วนอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัยระบบการผลิตไฟฟ้าร่วมกับความร้อนจากขยะติดเชื้อทางการแพทย์ เครื่องนี้เป็นเครื่องต้นแบบขนาดเล็ก มีอัตราการเผาไหม้เชื้อเพลิงขยะติดเชื้อประมาณ 250 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ด้วยการนำขยะติดเชื้อทางการแพทย์ที่ผ่านการบำบัดด้วยเทคนิคบด ย่อย และฆ่าเชื้อด้วยความร้อน มาใช้เป็นเชื้อเพลิงและถ่ายเทความร้อนจากกระบวนการเผาไหม้ให้แก่น้ำสะอาด ซึ่งนวัตกรรมการถ่ายเทความร้อนภายในห้องเผาไหม้โดยตรงให้แก่ของไหลสะอาด ถือได้ว่าเป็นต้นแบบเตาเผาขยะเครื่องแรกของประเทศไทยอีกด้วย จากนั้นนำความร้อนที่ได้จ่ายให้แก่วัฏจักรแรงคินสารอินทรีย์เพื่อผลิตไฟฟ้า และทำให้ได้พลังงานไฟฟ้าสุทธิประมาณ 20 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ 20 หน่วยไฟฟ้า และจากการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ พบว่า การกำจัดขยะติดเชื้อ 1 กิโลกรัม มีต้นทุนโดยเฉลี่ยตลอดโครงการเพียง 3.185 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมต้องจ้างขนขยะติดเชื้อทางการแพทย์ไปกำจัดกิโลกรัมละประมาณ 10-15 บาท ขึ้นกับระยะทางของโรงพยาบาล รวมทั้งมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยเฉลี่ยตลอดโครงการ 3.302 บาทต่อหน่วย ที่สำคัญสามารถควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ผลงานวิจัยชิ้นนี้ ยังเคยได้รับรางวัลระดับดีมาก การประกวดข้อเสนอโครงการผลงานนวัตกรรม และรางวัลเหรียญทองการประกวดผลงานนวัตกรรม ประเภทผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อุปกรณ์อัจฉริยะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2563 ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา  รวมทั้งได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการ Thailand New Gen Inventors Award 2021 (I-New Gen Award 2021) ในงาน "วันนักประดิษฐ์" ประจำปี 2564 ในชื่อผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระบบผลิตไฟฟ้าวัฏจักรแรงคินสารอินทรีย์จากพลังงานทดแทนแบบผสมผสานของขยะชุมชนและพลังงานแสงอาทิตย์ในระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2564 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯทั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จะจัดงานมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2564 ในงาน "วันนักประดิษฐ์" ประจำปี 2564 เพื่อมอบรางวัลอย่างเป็นทางการให้กับผู้ได้รับรางวัลประเภทต่าง ๆ ต่อไปปัจจุบัน “ระบบต้นแบบการผลิตไฟฟ้าร่วมกับความร้อนจากขยะติดเชื้อทางการแพทย์” ได้รับการขยายผลต่อยอดเชิงพาณิชย์และใช้งานจริงในโรงพยาบาลและหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง  และได้พัฒนาต่อยอดเพื่อใช้กับขยะทั่วไปอีกด้วย ผลงานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นอีกทางเลือกในการช่วยแก้ปัญหาการกำจัดขยะซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะติดเชื้อจากหน้ากากอนามัยใช้แล้วแล้วทิ้งที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องใช้ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19  พร้อมทั้งยังสร้างพลังงานทดแทนและช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
1 กุมภาพันธ์ 2564
ม.แม่โจ้ กวาดรางวัล 3 G ทอง และ 1 G เงิน รางวัลประเมินสำนักงานสีเขียว ปี 2563 (Green Office) ระดับประเทศ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผ่านการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) ในระดับดีเยี่ยม (G ทอง)   และระดับดีมาก  (G เงิน) ตามโครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว  ปี 2563  ของกรมส่งเสริมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม   ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานที่ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในสำนักงาน ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases: GHG) ออกสู่บรรยากาศ และดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะกรรมการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว ระดับประเทศได้ตรวจประเมินสำนักงานที่ขอรับการรับรองเรียบร้อยแล้ว  ในปี 2563  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีหน่วยงาน ที่ขอเข้ารับการประเมิน 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักหอสมุด(เพื่อต่ออายุ)  สำนักงานมหาวิทยาลัย (เพื่อต่ออายุ) คณะวิทยาศาสตร์(ครั้งแรก) และคณะสารสนเทศและการสื่อสาร(ครั้งแรก) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ซึ่งคณะกรรมการได้ทำการตรวจประเมินตามเกณฑ์ใน 6 หมวด ได้แก่ 1.)การกำหนดนโยบายและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  2.)การสื่อสารและการสร้างจิตสำนึก  3.)การใช้ทรัพยากรและพลังงาน  4.)การจัดการของเสีย 5.)สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในสำนักงาน และ 6.)การจัดซื้อจัดจ้าง  และผลการตรวจประเมินหน่วยงานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้ง 4 หน่วยงาน มีดังนี้รางวัลระดับดีเยี่ยม (G ทอง)  ได้แก่  สำนักหอสมุด  สำนักงานมหาวิทยาลัย (รางวัลระดับดีเยี่ยมต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน) และ คณะวิทยาศาสตร์ (เข้ารับการประเมินครั้งแรก)รางวัลระดับดีมาก (G เงิน) ได้แก่  คณะสารสนเทศและการสื่อสาร (เข้ารับการประเมินครั้งแรก)    ทั้งนี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  จะได้จัดมอบโล่รางวัลอย่างเป็นทางการให้กับมหาวิทยาลัยต่อไป
22 มกราคม 2564
Maejo Open Farm 2021 : Online ม.แม่โจ้ เตรียมเปิด Land Mark ใหม่ เที่ยวปลอดภัย แบบ New Normal
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ Maejo Open Farm 2021Online   เปิดแหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ ทั้งแบบ Online และ Walk in มาท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal พักผ่อนหย่อนใจ ในบรรยากาศสไตล์ฟาร์ม พบกับป่าใกล้เมืองที่สมบูรณ์ที่สุด  ชมฟรี....ระหว่างวันที่ 14-17 มกราคม 2564 ณ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จ.เชียงใหม่รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้  กล่าวว่า  “มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสถาบันการศึกษาที่มีรากฐานทางการเกษตรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีอายุมากว่า 85 ปี ได้สะสมองค์ความรู้มากมายที่พร้อมจะถ่ายทอดสู่สังคมในรูปแบบต่างๆ  ซึ่งการเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ Maejo Open Farm 2021 ในครั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทางสำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัย รวมถึงหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง  เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย ให้น่าสนใจ สวยงาม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ รองรับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป ได้เข้ามาเยี่ยมชม พักผ่อนหย่อนใจ จัดเป็น Land Mark และจุด Check In แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการจัดงานฯ ได้ปรับให้เป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่  New Normal ซึ่งสามารถเข้ามาท่องเที่ยวแบบ Onlineและ Walk in เข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงได้อย่างสบายใจ”งานเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แบ่งพื้นที่การจัดงานเป็น 2 โซน คือ โซนภายในมหาวิทยาลัย และ โซนฟาร์มมหาวิทยาลัยบนเนื้อที่กว่าพันไร่ โดยจะได้พบกับ 8 ฐานเรียนรู้ไฮไลท์ ที่ต้องเยี่ยมชมฐานเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัย มี 3 ฐาน ฐานเกษตรทฤษฎีใหม่ หัวใจคนก้าวหน้า  ชมแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงบนที่ดินทำกินจำนวนไม่มาก ทั้งปลูกผัก ปลูกไม้ผล ปลูกพืชไร่ เลี้ยงสัตว์ ขุดสระ ปลูกที่อยู่อาศัย ผู้เข้าชมแบบ Walk in สามารถตัดผักจากแปลงได้ทุกวันฐานเกษตรล้านนา วิถีแห่งธรรม ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณี ศิลปกรรมพื้นบ้านล้านนา กลุ่มบ้านล้านนาจำลอง เรียนรู้การไถนาด้วยสัตว์ วัฒนธรรมการดำนา ปลูกข้าว การปลูกผักสวนครัวหลังบ้าน  มีแปลงสาธิตเกษตรธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์ ได้สัมผัสวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนาโดยแท้จริงฐานนวัตกรรมแห่งการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ  เป็นการจัดแสดงนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่  เช่น การช่วยชีวิตเอ็มบริโอ การเพิ่มจำนวนโครโมโซม ทำให้ได้ลูกผสมพันธุ์ใหม่ของโลก  เช่น หงส์เหินพันธุ์ใหม่  หน้าวัวกระถาง  ปทุมมา3N สร้างตลาดไม้ดอกไม้ประดับของไทยให้เข้มแข็ง สามารถแข่งกันกับตลาดโลกได้ฐานเรียนรู้บนพื้นที่ฟาร์มมหาวิทยาลัย มี 5 ฐาน ฐานมหัศจรรย์พันธุ์ไม้ฟอกอากาศ  มีการจัดแสดงพันธุ์ไม้ฟอกอากาศหลายสายพันธุ์ ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษจากหมอกควัน  ดูดสารพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ และดูดฝุ่นละอองขนาดเล็ก 5  แนวคิดการจัดมุมทำงานด้วยไม้ฟอกอากาศที่ให้ความสวยงามเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยลดมลพิษ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ฐานพรรณไม้หลากสีสัน แห่งทุ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้   มีแปลงดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ เช่น ดอกบานชื่น ดอกทานตะวัน ดอกคอสมอส ดอกมากาเร็ต รวมถึงแปลงไม้ผลเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก เช่น มะม่วง ลำไย ที่มีการตกแต่งทรงพุ่มเพื่อ ที่ปลูกผสมผสานกันอย่างลงตัว เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศแห่งใหม่ ที่ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินฐาน Amazing 2ชีวภัณฑ์ระดับโลก  นวัตกรรมสารชีวภัณฑ์ “ซิลเวอร์นาโน” ที่มีประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อโรค โดยใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ ผลิตจากโลหะเงินที่มีความบริสุทธิ์ 99.99% ด้วยเทคโนลียีนาโน มีความปลอดภัย ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนัง และพื้นผิวที่สัมผัส ใช้ได้กับทุกพื้นผิว ทุกพื้นที่ สัมผัสร่างกายได้  และ “สารชีวภัณฑ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช Bio9” นวัตกรรมช่วยลดอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชทางการเกษตร เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เกษตรกรที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายและมีประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืชได้ดี ทั้งยังส่งผลทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกรในระยะยาวอีกด้วยฐานแปลงกัญชาเพื่อรักษาโรค ใหญ่ที่สุดในเอเซียน  แปลงปลูกกัญชาอินทรีย์ จำนวน 16,700 ต้น ซึ่งเป็นแปลงปลูกกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ลงนามความมือกับกรมการแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม ร่วมวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาและกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มีการปลูกแบบอินทรีย์ ทั้งในระบบปิดและระบบเปิดฐานความงดงามแห่งพืชผัก มีการแสดงพันธุ์ผักและการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักในระบบเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากล ชื่นชมความงดงามแห่งทุ่งดอกผัก 3 สีมหัศจรรย์ เขียว ขาว เหลือง บนพื้นที่ 9 ไร่ พร้อมจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ ต้นกล้าพันธุ์ผักสวนครัว และผลผลิตสดๆ จากแปลงของนักศึกษานอกจากนั้น ยังมีแปลงปลูกผักแลกค่าเทอมของนักศึกษาซึ่งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้สู่การลงมือปฏิบัติจริงของนักศึกษาที่สนใจในการทำการเกษตร และหารายได้ระหว่างเรียน   สำหรับผู้เยี่ยมชม ทั้งแบบ Walk in และ Online  จะได้ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัล อีกด้วย และพิเศษไปกว่านั้น  นักเรียน นักศึกษา ที่มีความสนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และมีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Online ก็สามารถมาสมัครและผ่านการคัดเลือกได้ทันที ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่  www.openfarm.mju.ac.thทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด เปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (Maejo Open Farm 2021) Online ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal  ระหว่างวันที่ 14-17 มกราคม 2564  ณ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ติดตามชมพิธีเปิดออนไลน์ในวันที่ 14 มกราคม 2563 เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป ทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ Maejo University https://www.facebook.com/MaejoUniversity
11 มกราคม 2564
ม.แม่โจ้ ได้คะแนนเต็มด้าน Policy 100 % ครองอันดับ 2 ของประเทศ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน 2563  (SCD Ranking 2020)
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563  มูลนิธิส่งเสริมทบวงมหาวิทยาลัย รายงานผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน -Sustainable Community Development University Rankings 2020 SCD Ranking 2020) ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 2 ของประเทศ โดยได้รับคะแนนด้านนโยบายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน (SCDUR)เป็นการจัดอันดับที่จัดทำโดยมูลนิธิเพื่อการส่งเสริมกระทรวงมหาวิทยาลัย (UFPMUA) ประเทศไทยการจัดอันดับแสดงให้เห็นถึงการเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกจาก 11 ตัวชี้วัดที่กระจายอยู่ใน 7 ด้าน ได้แก่ นโยบายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,หลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน, บริการวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,การหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,การวิจัยการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,ศิษย์เก่าที่ทำงานในชุมชนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและรางวัลด้านการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ประจำปี 2563Sustainable Community Development University Rankings 2020 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศ โดยมีคะแนนแต่ละด้านดังนี้     1.) ด้าน นโยบายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 100   2.) ด้านการวิจัยการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนร้อยละ 95   3.)รางวัลในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 65      4.) ด้านการหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 50.38   5.) ด้านศิษย์เก่าที่ทำงานในชุมชนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 30   6.) ด้านบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 28.49   และ 7.) ด้านหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนร้อยละ 12**อ้างอิงจาก http://www.scdrankings.in.th/rep_score.htm
7 มกราคม 2564
เริ่มแล้ว !! ตบกันมันส์ ฟาดกันแรง แข่งกันเต็มที่ กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอเชิญ ชม เชียร์ การแข่งขันกีฬาบุคลากกรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจำปี 2563
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดโครงการแข่งกันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจำปี 2563  ส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างสุขภาพดี กระชับความสามัคคี ตั้งแต่บัดนี้ – 25 ธันวาคม 2563สโมสรบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัย ให้ดำเนินการจัดโครงการแข่งขันกีฬาบุคลากร ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะส่งเสริมให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพดี แข็งแรง  สร้างความสามัคคีในกลุ่มคณะ อีกทั้งยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐได้ออกกำลังกายอีกด้วยในปีนี้มีการจัดการแข่งขัน ดังนี้ ฟุตบอลชาย วอลเลย์บอล (ทีมผสมชายไม่เกิน 2 คน) แบดมินตัน ว่ายน้ำ กรีฑา เปตอง และกีฬามหาสนุก นอกจากนั้นปีนี้ยังได้ริเริ่มจัดการแข่งขัน “วิ่งรอบมหาวิทยาลัยเชื่อมใจบุคลากร” ระยะทาง 6 กิโลเมตร ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 และจะมีพิธีเปิด-ปิด การแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อมอบถ้วยรางวัลแต่ละชนิดกีฬา ในวันที่ 25 ธันวาคม 2563 โดยมีหน่วยงานทั้งระดับคณะ/วิทยาลัย/สำนัก และกลุ่มวิสาหกิจ เข้าร่วม จำนวน 21 หน่วยงาน  สำหรับกีฬาที่กำลังทำการแข่งขัน มีดังนี้วันที่ 30 พฤศจิกายน-4 ธันวาคม 2563 การแข่งขันแบดมินตัน             ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติวันที่ 8 ธันวาคม 2563               วิ่งรอบมหาวิทยาลัยเชื่อมใจบุคลากร  ณ เส้นทางภายในมหาวิทยาลัยวันที่ 16 ธันวาคม  2563            การแข่งขันว่ายน้ำ                      ณ สระว่ายน้ำอุบลรัตน์ฯวันที่ 16-18 ธันวาคม 2563        การแข่งขันเปตอง                      ณ หลังอัฒจันทร์ไม่มีหลังคาวันที่ 21-22 ธันวาคม 2563        การแข่งขันกรีฑา (ลาน/ลู่)            ณ สนามกีฬาอินทนิลวันที่ 25 ธันวาคม 2563             กีฬามหาสนุก                           ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นกำลังใจให้นักกีฬาของแต่ละหน่วยงาน ได้ตามกำหนดการแข่งขันข้างต้น และขอเชิญร่วมมหกรรมพิธีเปิด-ปิด อย่างเป็นทางการ กับ Theme ขบวนพาเหรด “สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องออกกำลังกายและทานอาหารเกษตรอินทรีย์มีประโยชน์” ในวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563  ณ  ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
8 ธันวาคม 2563
ดูทั้งหมด