ฝ่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
MJU Corporate Communication Center
คณะผลิตฯ  ม.แม่โจ้ อบรมเพาะเลี้ยง "ไข่ผำ" นำร่องส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์”
ฝ่ายกิจการพิเศษและหารายได้ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ "การเพาะเลี้ยงและการใช้ประโยชน์จากไข่ผำเพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์" รุ่นที่ 1 โดยมีเกษตรกรและผู้ประกอบการจากหลายจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างคึกคัก เมื่อวันที่ วันที่ 8  มีนาคม 2568   ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้โครงการนี้มุ่งเน้นให้ความรู้ด้านเทคนิคการเพาะเลี้ยงไข่ผำในระบบอินทรีย์ แนวทางการตลาด และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรกรรมสมัยใหม่ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้  ได้แก่ อาจารย์ ดร.ศุภชัย สุทธิเจริญ และ ว่าที่ ร.ต. ณัฏฐ์ศรันย์ ศรีกิจ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  และ ผศ.ดร.จอมสุดา ดวงวงษา จากคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้อาจารย์ ดร.วงค์พันธ์  พรหมวงศ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและหารายได้ คณะผลิตกรรมการเกษตร ในฐานะผู้จัดโครงการฯ กล่าวว่า  “โครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเกษตรกรและผู้ประกอบการด้านไข่ผำจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจในการพัฒนาอุตสาหกรรมไข่ผำให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งศึกษาตัวอย่างแนวทางการนำไข่ผำไปใช้เชิงพาณิชย์  ซึ่งด้วยศักยภาพของไข่ผำในฐานะโปรตีนทางเลือก และโอกาสในการขยายตัวของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ   การอบรมเครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ “ไข่ผำ” กลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารและเกษตรกรรมในอนาคต เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายผู้เพาะเลี้ยงไข่ผำและนักพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้  ที่สามารถนำไปพัฒนาการผลิตและการตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม และช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ไข่ผำให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดระดับสากล" สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลรายละเอียดการฝึกอบรมเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ ฝ่ายกิจการพิเศษและหารายได้ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 0 5387 5600 ในวันและเวลาทำการ
11 มีนาคม 2568     |      362
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หนุนความร่วมมือภาคธุรกิจ พัฒนาเกษตรและปศุสัตว์ไทยด้วยนวัตกรรม
วันที่ 6 มีนาคม 2568 – มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สนับสนุนความร่วมมือระหว่าง บริษัท อนิ โปรดัก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท spin-off จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ บริษัท นิวทริเมด จำกัด ในพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดและความต้องการของผู้บริโภค โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัยร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามความร่วมมือทางวืชาการในครั้งนี้ โดยมี คุณพรพิมล บุญโคตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อนิ โปรดัก จำกัด และ คุณวิสูตร วิสุทธิไกรสีห์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวทริเมด จำกัด เป็นผู้แทนลงนาม ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 สำนักงานมกาวิทยาลัยแม่โจ้ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการบูรณาการ เทคโนโลยีและงานวิจัยสู่ภาคเกษตรและปศุสัตว์ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมเกษตรไทย เช่น ผลิตภัณฑ์จุ่มเคลือบเต้านมโคจากธรรมชาติ. , ผลิตภัณฑ์ป้องกันแมลงในสัตว์เลี้ยง. และอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา. คาดว่า จะช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิต และเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศได้
7 มีนาคม 2568     |      249
ม.แม่โจ้  แนะนำใช้ใบไม้ป่าชุมชน อ.เวียงแหง ทำปุ๋ยหมักวิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1  ลดเผา ป้องกันไฟป่า ลดฝุ่นควัน PM 2.5
มหาวิทยาลัยแม่โจ้  นำผลงานนวัตกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกอง วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1  เผยแพร่องค์ความรู้สู่ชุมชน  ในโครงการ "ซีพี ร้อยรักษ์โลก ป่าปลอดเผา จ.เชียงใหม่"  โดยได้รับเกียรติจาก  นายขวัญชัย  เนื่องจำนงค์  นายอำเภอเวียงแหง  จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี   ทั้งนี้ โครงการฯ ได้รับซื้อใบไม้จากป่าชุมชนในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่  เพื่อนำไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ด้วยวิธีการหมักแบบไม่พลิกกลับกอง  โดยมีอาจารย์ ดร.แสนวสันต์ ยอดคำ นักวิจัย / อาจารย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นวิทยากรให้คำปรึกษาและดำเนินกิจกรรมให้แก่เกษตรกร และผู้ร่วมงาน  ณ  จุดสกัดเวียงแหง อุทยานแห่งชาติผาแดง ต.แสนไห อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่  เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา จากการรับซื้อใบไม้ป่าชุมชนในพื้นที่ อ.เวียงแหง  กว่า 75 ตัน ของโครงการฯ เพื่อนำมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้ได้ผลผลิตเป็นปุ๋ยคุณภาพตามมาตรฐานกรมวิชาการเกษตร กว่า 250 ตัน นำไปแจกจ่ายให้แก่ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ (จำนวน 6 หมู่บ้าน จาก 3 ตำบล ในพื้นที่ อ.เวียงแหง) เพื่อนำไปใช้ในการทำการเกษตร ช่วยลดต้นทุน อีกทั้งยังช่วยลดการเผา ป้องกันไฟป่า ลดฝุ่นควัน ช่วยแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้อีกทางหนึ่ง
26 ธันวาคม 2567     |      675
ม.แม่โจ้ คว้า Gold Medal Award งาน 2024 International Innovation & Invention Competition @Taipei, TAIWAN
นวัตกรรม “ Unlocking Aromas and Flavors with an Innovative Cold Brew Coffee : ปลดล๊อคกลิ่นและรสชาติด้วยนวัตกรรมการผลิตกาแฟสกัดเย็น” ผลงานของ ผศ. ดร.ชุติมา คงจรูญ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ และ นางสาวกัญญ์วรา ทรวงแก้ว นักศึกษาสาขาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับรางวัล Gold Medal Award ในงาน 2024 International Innovation and Invention Competition ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ทั้งนี้ ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าร่วมประกวดจากสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมและการประดิษฐ์ไทย (Atip Thailand)Unlocking Aromas and Flavors with an Innovative Cold Brew Coffee เป็นนวัตกรรมการปรับปรุงกระบวนการสกัดเย็นแบบใหม่ สามารถช่วยลดเวลาในการสกัดจากปกติ 12-24 ชั่วโมง เหลือเพียง 30 นาที อีกทั้งยังใช้อัตราส่วนของน้ำและกาแฟน้อยกว่าวิธีการทำกาแฟสกัดเย็นโดยวิธีทั่วไป โดยยังคงคุณสมบัติที่มีประโยชน์จากเมล็ดกาแฟทั้งปริมาณคาเฟอีน สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ รวมถึงฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ได้รสชาติกาแฟที่นุ่มละมุน ขมน้อย แฝงด้วยกลิ่นช็อกโกแลต คาราเมล และถั่วที่เข้มข้นกว่าเดิม เพิ่มคุณลักษณะของรสชาติที่ซับซ้อน เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้ที่ดื่มกาแฟทั่วไปและผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ซึ่งงานวิจัยนี้ได้ยื่นจดอนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายสื่อสารองค์กร ม.แม่โจ้ // รายงาน
29 พฤศจิกายน 2567     |      718
เฮลั่น !! ม.แม่โจ้ คว้าแชมป์ งานกีฬาประเพณี4จอบแห่งชาติ ครั้งที่ 39 ครองถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำทีมนักกีฬาทักษะเกษตร จาก 3 คณะได้แก่ คณะผลิตกรรมการเกษตร คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี และ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาทักษะเกษตร และกีฬาสากล ในงานประเพณี 4 จอบแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “เกษตรแดนศิลป์ ถิ่นเมืองพริบพรี” ซึ่งมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอนทางด้านการเกษตรจากทั่วประเทศ เข้าร่วมชิงชัย 12 สถาบัน ระหว่างวันที่ 18 - 21 พฤศจิกายน 2567 ณ มหาวิทยาลัยศิลปกร วิทยาเขต สารสนเทศเพชรบุรี ผลการแข่งขัน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดย สามารถกวาดมาได้ 15 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญเงินกีฬาสาธิต รวม 20 เหรียญ จาก 21 ทักษะ ดังนี้1. การจัดสวนถาด = ทอง 2. การเชตแมลง = ทอง 3. การผลิตแผ่นประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการเกษตร = ทอง 4. การตอนสุกร = ทอง 5. การรีดเต้านมเทียม = ทอง 6. บรรจุพันธ์ปลา = ทอง 7. การประกวดโมเดลธุกิจนวัตกรรมการเกษตร = เงิน 8. การขยายพันธุ์พืช ติดตา-ต่อกิ่ง-ทาบกิ่ง = ทอง 9. การตรวจวัดสมบัติดินภาคสนาม และการใช้ข้อมูลดินเพื่อการจัดการดินแบบแม่นยำ = ทอง 10. การพูดส่งเสริมการเกษตร = ทอง 11. การตัดแต่งซากสัตว์ปีก = ทอง 12. การวินิจฉัยโรคพืช = เงิน 13. โครงงานทางการเกษตร = ทอง 14. การคำนวณอัตราการใช้ และพ่นสารกำจัดวัชพืช = ทอง 15. การทอดแห = ทอง 16. การตัดขวางชิ้นเนื้อเยื่อโรคพืช = เงิน (กีฬาสาธิต) 17. การกรอกวัสดุปลูกใส่ถุง = ทอง 18. การเข้าด้ามจอบเตรียมแปลง = ทอง 19. การวิเคราะห์อาหารสัตว์ = เงิน 20. การตอบปัญหาทางการเกษตร = เงินนอกจากนี้ นางสาวแสงเทียน ได้ตั้งใจนึก นักศึกษาคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ยังได้รับรางวัล "คนดีศรีเกษตร" ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักศึกษาที่มีผลงานดีเด่นอย่างต่อเนื่อง หลากหลายและเป็นประจักษ์ในวงกว้าง ยกย่องผู้ที่มีความประพฤติดีเด่น และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักศึกษาในด้านการศึกษา คุณธรรม และความเสียสละ อีกด้วยทั้งนี้ งานประเพณี 4 จอบจัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิตนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ที่มีการเรียนการสอนด้านการเกษตร 4 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะทางวิชาการสาขาเกษตรศาสตร์ อันจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรของประเทศไทยในอนาคต โดยกำหนดให้มีการจัดงานขึ้นทุกปีอนึ่ง เมื่อครั้งที่มีการจัดงานประเพณี 4 จอบ ครั้งที่ 21 เมื่อปี 2546 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นเจ้าภาพจัดงานได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) พระราชทานถ้วยรางวัลคะแนนรวมในการแข่งขันกีฬาทักษะทางการเกษตร ถือเป็นกรุณาธิคุณแก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกสถาบันเป็นล้นพ้น การแข่งขันในปีถัดจากนั้นมา สถาบันที่ได้รับรางวัลคะแนนรวมการแข่งขันกีฬาทักษะเกษตร จึงได้ครองถ้วยพระราชทานสืบต่อกันมา ฝ่ายสื่อสารองค์กร ม.แม่โจ้ // รายงาน
22 พฤศจิกายน 2567     |      823
“ในน้ำมีปลา ในนามีปู” ม.แม่โจ้ คว้ารางวัลชนะเลิศ Best of the Best ระดับประเทศ ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2567
“บ้านปูนา อ่องปูนา" ผลงานของ ทีม “ในน้ำมีปลา ในนามีปู” คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คว้ารางวัล ชนะเลิศ ประเภท “กินดี” Best of the Best ระดับประเทศ ในโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารออมสินที่เปิดเวทีในนักศึกษาได้เรียนรู้ บูรณาการพัฒนาร่วมกับชุมชน เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั่วประเทศกว่า 67 สถาบันการศึกษา ทั้งนี้ ได้เข้ารับโล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ นนทบุรี ทีม “ในน้ำมีปลา ในนามีปู” เป็นนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ ได้แก่ นางสาวไอยเรศ เสาร์คำ , นายสรวิชญ์ จันทร์แดง , นางสาวไอซามี พงษ์จิระสกุลชัย , นางสาวเกวลิน กรแก้ว นางสาวภัสสิรา สิงห์อูป โดยมี อาจารย์ ดร.นงพงา แสงเจริญ , ผศ.ดร.ดารชาต์ เทียมเมือง และอาจารย์ ดร.วาธิณี อินทรพงษ์นุวัฒน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา “บ้านปูนา อ่องปูนา" เป็นการทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูนาสันทราย ต.หนองแหย่ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยนำความรู้มาศึกษาปัญหาเดิมของกลุ่มฯ ปรับปรุงพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ “อ่องปูนา แท้ 100 % สดใหม่ ส่งตรงจากฟาร์ม” ตามความต้องการของกลุ่มฯ ช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์อ่องปูนาให้มีอายุการเก็บนาน 1 ปี ในอุณหภูมิห้อง ทำให้อ่องปูนาซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือเป็นที่รู้จักมากขึ้น สามารถแข่งกับสินค้าอื่นๆ ได้ เพิ่มมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้เป็นที่สนใจ สะดวกต่อการรับประทาน และสามารถจัดจำหน่ายใน modern trade ได้ เป็นการส่งเสริมผลักดันให้มีคนในพื้นที่ได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เกิดการจ้างงานในชุมชน ลดปัญหาแรงงานย้ายถิ่นเข้าสู่เมืองหลวง และผลสุดท้ายคือประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้าน ผศ. ดร.อรพินธุ์ สฤษดิ์นำ ผู้รับผิดชอบโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “จากการเข้าร่วมโครงการฯ ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เห็นได้ว่า นักศึกษาเราประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศต่อเนื่อง 3 ปี ซ้อน คือปี 2565 ทีม เด็กโจ้อาสา พัฒนาธุรกิจชุมชน “น้ำพริกหมูฝอย” ประเภทกินดี คณะเศรษฐศาสตร์ปี 2566 ทีม ไพรรภัจน์ “สมุนไพรเพื่อสุขภาพ” ประเภทใช้ดี คณะผลิตกรรมการเกษตรปี 2567 ทีม ในน้ำมีปลา ในนามีปู “บ้านปูนา อ่องปูนา" ประเภท กินดี คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำถือเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 และทักษะการเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ ตามบริบทของแต่ละคณะ ที่มุ่งหวังจะพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ประกอบการ OTOP องค์กรชุมชน กลุ่มอาชีพในชุมชน ให้ก้าวไปสู่การเป็นธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง เติบโตและยั่งยืน” ฝ่ายสื่อสารองค์กร ม.แม่โจ้ // รายงาน
11 พฤศจิกายน 2567     |      657
ทีม Agro-Power ม.แม่โจ้ เปลี่ยนขยะเศษอาหารเป็นทุนชีวิต คว้า 2 รางวัลระดับประเทศ จากมูลนิธิรากแก้ว
ทีม Agro-Power มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตัวแทนทีมจากภาคเหนือ  คว้า 2 รางวัล จากการร่วมจัดแสดงผลงานและนำเสนอ โครงการพัฒนาที่ยั่งยืนของนิสิตนักศึกษา ระดับประเทศ ประจำปี 2567 หรือ Rakkaew Foundation National Exposition University Sustainability Showcase  จัดโดย มูลนิธิรากแก้ว เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศได้แสดงผลของโครงการที่ได้ร่วมดำเนินงานกับชุมชน นำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนกับชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีทีมจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ 26 ทีม  ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์  กรุงเทพมหานครสำหรับ ทีม Agro-Power นำเสนอโครงการภายใต้ชื่อ "พลังเกษตรเปลี่ยนขยะเศษอาหารเป็นทุนชีวิต"  เป็นผลงานที่มุ่งเน้นแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน  โดยนำเศษอาหารเหลือทิ้งจากโรงพยาบาล จากชุมชน มาเลี้ยงหนอนแมลงวันทหารดำซึ่งมีคุณสมบัติย่อยขยะสดได้ดี แล้วนำตัวหนอนที่มีโปรตีนสูงไปเป็นอาหารสัตว์ เลี้ยงเปิด เลี้ยงไก่ นำมูลของหนอนไปเป็นวัสดุปลูกพืชผัก จากนั้นจึงเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้มาใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสร้างรายได้เพิ่มต่อไป  ซึ่งโครงการนี้ได้สร้างความประทับใจด้วยแนวทางการเปลี่ยนแปลงขยะเศษอาหารให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการและผู้ร่วมงานทั้งในด้านนวัตกรรมและผลกระทบต่อสังคม  ทำให้ทีม Agro-Power จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สามารถคว้ารางวัลเหรียญเงิน ประเภท โครงการใหม่ประจำปี 2567 และ รางวัลโครงการดีเด่นประจำภาคเหนือ (Outstanding Project Regional North)ทีม Agro-Power  เป็นการรวมตัวของนักศึกษา 2 คณะ มีสมาชิก 6 คน   ได้แก่ นายณัฐวัตร แซ่เซียว คณะผลิตกรรมการเกษตรนางสาวจุฑามาศ เกิดโต คณะผลิตกรรมการเกษตรนายธนพล ต๋าคำ คณะผลิตกรรมการเกษตรนายเอกพล แก้วบุญเรือง คณะผลิตกรรมการเกษตรนายรัตติเทพ เครืออินทร์ วิทยาลัยพลังงานทดแทนนางสาวอรนิชา ทิพย์ชัย วิทยาลัยพลังงานทดแทนโดยมี  อาจารย์ ดร.วงค์พันธ์ พรหมวงศ์  และ นายพิชิตพงษ์ ไชยโยชน์  เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอาจารย์ ดร.วงค์พันธ์ พรหมวงศ์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวว่า "รางวัลนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของนักศึกษาในการพัฒนาสังคม กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงผลงานและศักยภาพของเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในสังคมไทยในอนาคต นอกจากนี้ โครงการยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้มีแผนจะต่อยอดและขยายผลโครงการนี้ไปยังชุมชนต่าง ๆ ในอนาคตต่อไป" ฝ่ายสื่อสารองค์กร  ม.แม่โจ้ // รายงาน
29 สิงหาคม 2567     |      985
ร่วมการประกวดตำแหน่ง MJU Pride Ambassador 2024
การประกวด MJU pride Ambassador 2024 และ MJU pride best costume by Mplusภายใต้แนวคิด “ตระหนักรู้เปิดประตู่สู่ความเท่าเทียม”เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ เกิดความภาคภูมิใจและเข้าใจบริบทการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างภาคภูมิใจ อย่างเท่าเทียม ซึ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ มีความหลากลายทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างหลากหลายทางเพศ ทั้งเพศภาพที่ไม่ตรงกับเพศกำเนิด ซึ่งในปัจจุบันสังคมให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้ความหลากหลายทางเพศได้รับความเท่าเทียม ที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น กิจกรรม MJU Pride จึงจัดขึ้นเพื่อให้ นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้เชียงใหม่ ที่มีจำนวนไม่น้อย ทั้งสาวประเภทสอง กะเทย เกย์ ทอม ดี้ หรือกลุ่ม LGBTQ+ ให้มีความภาคภูมิใจ อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขในการเป็นตัวของตัวเอง สอดคล้องกับกิจกรรม Pride Month ที่สากลกำหนดขึ้นในเดือนมิถุนายน ให้กลุ่มหลากหลายทางเพศมีความภาคภูมิใจ MJU pride Ambassador 2024 จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของความภาคภูมิใจ ของความเท่าเทียมและ ความหลากหลายทางเพศ เป็นเหมือนผู้แทนนำเสนอความต้องการของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ที่เป็นกลุ่ม LGBTQ+ ที่จะช่วยเป็นสื่อกลางประชาสัมพันธ์กิจกรรมและส่งเสริมภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในเรื่องการตระหนักรู้เรื่องการให้เกียรติการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเท่าเทียม โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้จะจัดกิจกรรม MJU Pride "ตระหนักรู้ เปิดประตูสู่ความเท่าเทียม" ในวันพุธที่ 26 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณกาดคาวบอยแม่โจ้ พบกับ กิจกรรมขบวนพาเหรด MJU Pride สุดอลังการ และกิจกรรมตรวจเลือดพร้อมข้อมูลสุขภาพจากหน่วยงานชั้นนำอย่าง Mplus Thailand พร้อมร่วมสนุกกับบูทจากคณะต่างๆ สุดพิเศษสัมภาษณ์แขกรับเชิญสุดเซอร์ไพร์ซอีกมากมาย จึงขอเชิญนักศึกษาหรือศิษย์เก่า ร่วมการประกวดตำแหน่ง MJU Pride Ambassador 2024 และ MJU pride best costume by Mplus ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้1. คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด MJU pride Ambassador 2024นักศึกษา บุคลากร หรือศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ไม่จำกัดเพศ/ อายุมีความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าความเท่าเทียมในสังคมสามารถเป็นตัวแทนร่วมทำกิจกรรม ช่วยประชาสัมพันธ์งานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ดำรงตำแหน่ง MJU pride Ambassador 2024 ตลอดทั้งปี 2567สามารถเป็นกระบอกเสียง ตัวแทนการนำเสนอในเรื่องของความเท่าเทียมในสังคมเกณฑ์การตัดสินบุคลิกภาพ การนำเสนอตัวตนถึงความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าความเท่าเทียมในสังคมความสามารถในการตอบคำถาม การแสดงออกนำเสนอแนวคิดถึงความเท่าเทียมผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดเงินรางวัล MJU pride Ambassador 2024รางวัลเงินสด 8,000 บาท พร้อมมงกุฎและสายสะพาย บัตรกำนัล “ทำตาสองชั้น” 1 รางวัล , “เสริมจมูก” 1 รางวัล จาก อีเดน คลินิกมูลค่ารวมกว่า 25,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 21 มิถุนายน 2567  สมัครได้ที่ >สมัคร MJU Pride 2024 (google.com) 2. คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด MJU pride best costume by Mplus บุคคลทั่วไป ไม่จำกัดเพศ / อายุร่วมแต่งกายอย่างสร้างสรรค์ และเดินในขบวน MJU pride วันที่ 26 มิ.ย.67เดินโชว์บน run way สีรุ้ง ในกิจกรรม MJU prideเงินรางวัล MJU pride best costume by Mplusรางวัลชนะเลิศ เงินสด 5,000 บาท +สายสะพายรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินสด 3,000 บาท +สายสะพายรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินสด 2,000 บาท +สายสะพายสามารถสมัครได้ ณ สถานที่จัดกิจกรรม บริเวณกาดนัดคาวบอยแม่โจ้
19 มิถุนายน 2567     |      1084
ม.แม่โจ้ - ชุมพร ปล่อยปลาคาร์ฟกว่าพันตัว เตรียมพัฒนาเป็นพ่อแม่พันธุ์สร้างมูลค่าเพิ่ม
 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - ชุมพร ร่วมกับ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้ชุมพร  ร่วมกิจกรรมปล่อยปลาคาร์ฟ จำนวน 1,500 ตัว  นำโดย  อาจารย์ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จอมสุดา ดวงวงษา รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและกิจการพิเศษ  คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ พร้อมด้วย คณาจารย์ นักศึกษา และศิษย์เก่า เข้าร่วมกิจกรรม ณ บ่อน้ำ 35 ไร่ (บ่อเลี้ยงระบบปิด) ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพ ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา      โอกาสนี้ นางสาวเกศณีย์ แท่นนิล ประมงจังหวัดชุมพร เป็นผู้แทนมอบพันธุ์ปลาคาร์ฟ จำนวน 1,500 ตัว  ซึ่งได้รับการสนับสนุน จากนายสุชาติ จุลอดุง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร เพื่อใช้ในกิจกรรมครั้งนี้   โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ได้เตรียมพัฒนาพันธุ์ ปลาคาร์ฟดังกล่าวให้เป็นพ่อแม่พันธุ์ภายใต้การดูแลของนักวิชาการประมง  เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ตลอดจนจำหน่ายพันธุ์ปลาต่อยอดเชิงธุรกิจ สร้างรายได้ให้มหาวิทยาลัยต่อไป
3 พฤษภาคม 2567     |      786
2 นศ.ชาวต่างประเทศ ม.แม่โจ้ คว้ารางวัล เสน่ห์เสียงไทย 2024 การประกวดอ่านออกเสียงร้อยแก้วสำหรับ นิสิตนักศึกษาชาวต่างประเทศ
นักศึกษาชาวต่างประเทศ หลักสูตรภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คว้า 2 รางวัล ในโครงการ "เสน่ห์เสียงไทย : การประกวดอ่านออกเสียงร้อยแก้วสำหรับ นิสิตนักศึกษาชาวต่างประเทศ ประจำปี 2024" ผ่านระบบออนไลน์ Zoom meeting เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นโดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับภาควิชาภาษาไทย วิทยาลัยภาษาต่างประเทศและวิเทศสัมพันธ์ฉงชิ่ง เพื่อให้นักศึกษาชาวต่างประเทศได้ ร่วมแสดงความสามารถและเรียนรู้เสน่ห์ของการอ่านออกเสียงภาษาไทย โดยมี นักศึกษาต่างชาติ จากสถาบันต่างๆ เข้าร่วมโครงการกว่า 40 มหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ โดย 2 นักศึกษาชาวต่างประเทศ ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สามารถคว้ารางวัลมาได้ ดังนี้ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่  Mr. Sai Swan Kan (กานต์)  จากประเทศเมียนมา นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ชมผลงาน   https://youtu.be/qatxED84ZN0- รางวัลรางวัลชมเชย ได้แก่ Sai Kwan Khay (กรณ์) จากประเทศเมียนมา นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชมผลงาน  https://youtu.be/TyC15rOXPO0ผศ.ดร. ชนาพร ขันธบุตร  คณบดีคณะศิลปศาสตร์ กล่าวว่า "คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีหลักสูตรภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ ที่เปิดสอนนักศึกษาต่างประเทศ ทั้งนี้ ได้มีการส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ  ให้นักศึกษาชาวต่างประเทศอยู่เสมอ เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะภาษาไทยทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน  ซึ่งกิจกรรมนี้ ชี้ให้เห็นว่า นักศึกษาชาวต่างประเทศของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สามารถเรียนรู้การใช้ภาษา สืบสานและเข้าใจวัฒนธรรมไทย ได้เป็นที่ประจักษ์ และใช้ชีวิตในประเทศไทยได้อย่างมีความสุข” ฝ่ายสื่อสารองค์กร ม.แม่โจ้ // รายงาน
1 พฤษภาคม 2567     |      663
คณะวิศวะฯ ม.แม่โจ้ นำร่อง “ลดเผา ลดควัน แป๋งปุ๋ยบนดอย” ชูนวัตกรรมปุ๋ยหมักไม่พลิกกลับกองฯ จัดการเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เหลือทิ้งจากการเก็บเกี่ยวบนพื้นที่สูงลดการเผา ลดฝุ่น PM2.5
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำโดย อาจารย์ ดร.แสนวสันต์ ยอดคำ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและกิจการพิเศษ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนวัฒน์ นิทัศน์วิจิตร อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร  ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ่อแก้ว ลัวฉือนี ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ. เชียงใหม่ ได้ดำเนินโครงการ ลดเผา ลดควัน แป๋งปุ๋ยบนดอย โดยได้นำร่องรับซื้อเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ ราคากิโลกรัมละ 1 บาท จำนวนกว่า 40,000 กิโลกรัม (40 ตัน) เพื่อนำมาทำปุ๋ยอินทรีย์ลดการเผา โดยใช้ วิธีการหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกอง วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ที่เป็นนวัตกรรมองค์ความรู้ของอาจารย์ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการลดปัญหาการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนนอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนมีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพใช้ในพื้นที่ เพื่อลดต้นทุนการผลิต และสามารถต่อยอดจำหน่ายเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มวิสาหกิจ ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาการเผาตั้งแต่ต้นทาง และเป็นการสร้างมูลค่าจากเศษวัสดุเหลือทิ้ง ตามแนวทางโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย (BCG Model) และเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา นายวิโรจน์ ดวงสุวรรณ์นายอำเภอสะเมิง ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการเผาของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ่อแก้ว ลัวฉือนี ต.บ่อแก้ว  อ.สะเมิง จ. เชียงใหม่ พร้อมทั้งในกำลังใจทีมงานให้การดำเนินโครงการประสบความสำเร็จอาจารย์ ดรแสนวสันต์ ยอดคำ รองคณบดีฯ คณะวิศวะกรรมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกอง วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 เป็นนวัตกรรมที่ไม่ซับซ้อน เพียงแค่นำเศษพืชผลเหลือทิ้งทางการเกษตรมาหมักรวมกับมูลสัตว์ แล้วดูแลความชื้นในกองให้เหมาะสม ไม่ต้องพลิกกลับกองปุ๋ยให้ยุ่งยาก โดยใช้เวลาหมักเพียง 2 เดือนเท่านั้น  ซึ่งจากโครงการในครั้งนี้เราจะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ตามเกณฑ์ของกรมวิชาการเกษตรประมาณ 60 ตัน มีมูลค่าประมาณ 480,000 บาท เกษตรกรสามารถนำไปใช้ในพื้นที่การเกษตรของตนเองเพื่อลดต้นทุน หรือนำไปจำหน่ายได้ โดยหวังว่าโครงการนี้จะเป็นพื้นที่ต้นแบบในการจัดการเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร หรือจากการเก็บเกี่ยวเพื่อลดการเผา ลดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ PM2.5) ได้อย่างเป็นรูปธรรม”สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจนวัตกรรมการหมักปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกอง วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 สามารถติดต่อรายละเอียดได้ที่  คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทรศัพท์ 0-5387-5000 ถึง 15 ฝ่ายสื่อสารองค์กร ม.แม่โจ้ // รายงาน
8 มีนาคม 2567     |      1562
คณะวิศวะฯ ม.แม่โจ้ เจ้าภาพเตรียมจัดประชุมวิชาการวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติ ครั้งที่ 30 “เกษตรปราดเปรื่อง (Intelligent Agriculture)” ยกระดับระบบการเกษตรอย่างยั่งยืน
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ในหัวข้อ “เกษตรปราดเปรื่อง (Intelligent Agriculture)” เตรียมต้อนรับวิศวกรการเกษตรจาก 13 สถาบันด้านวิศวกรรมเกษตรทั่วประเทศ ร่วมเวทีวิชาการและเปลี่ยนเรียนรู้สู่สังคมวิชาชีพ ระหว่างวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2567  ณ  คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ผศ.ดร.กาญจนา  นาคประสม คณบดีคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า  “หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร ได้รับเกียรติจาก สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการวิศวกรรมเกษตรแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีให้นักศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร ได้มีโอกาสนำเสนอผลงานทางวิชาการ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็นทางวิชาการ และการแข่งขันทักษะทางวิชาการ อันจะส่งผลให้นักศึกษาเกิดความกระตือรือร้น ความมุ่งมั่นที่จะศึกษาค้นคว้าและทำโครงงานวิศวกรรมเกษตรให้ดีที่สุด โดยจัดให้มีกิจกรรม  แสดงความสามารถของนักศึกษาในรูปแบบต่างๆ 3 กิจกรรม ได้แก่ การแข่งขันทางวิชาการด้านการนำเสนอโครงงานวิศวกรรมเกษตรภาคบรรยาย  การแข่งขันทางวิชาการด้านการนำเสนอโครงงานวิศวกรรมเกษตรภาคนิทัศน์หรือโปสเตอร์ และการแข่งขันทักษะทางวิศวกรรมเกษตร  ซึ่งจะมีคณาจารย์ บุคลากร นิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่เปิดการสอนด้านวิศวกรรมเกษตร 13 สถาบันจากทั่วประเทศ จำนวนเกือบ 400 คน เข้าร่วมงานในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างความร่วมมือในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางวิศวกรรมเกษตร ช่วยยกระดับระบบการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน”นอกจากนั้น ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความรู้ เทคโนโลยี การวิจัยและการสร้างนวัตกรรมกรณีนวัตกรรมรถตัดอ้อยของ SMKY โดย ศ.ดร.สุรินทร์ พงศ์ศุภสมิทธิ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ และคุณสามารถ ลี้ธีระนานนท์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามารถเกษตรยนต์ จำกัด เป็นวิทยากรให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์  ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธี และคุณดาเรศร์ กิตติโยภาส นายกสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม E101 อาคารเรียนรวมคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่
30 มกราคม 2567     |      576
ทั้งหมด 4 หน้า